สวนดุสิตโพลได้เปิดเผยผลสำรวจคะแนนนิยมของบุคคลที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก โดยพบว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดแบบพลิกโผ เอาชนะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ตกลงมาอยู่อันดับที่ 2
ผลสำรวจโดยละเอียด
จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,200 คน ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2567 พบว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับคะแนนนิยมร้อยละ 29.5 มากที่สุด รองลงมาคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 24.8 และ นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 22.3 ตามลำดับ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนนนิยม
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นางสาวแพทองธารได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มาจากนโยบายที่โดนใจประชาชน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน รวมถึงนโยบายด้านสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย
ขณะที่คะแนนนิยมของนายพิธาลดลง อาจเป็นผลมาจากประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคก้าวไกล และการดำเนินนโยบายบางอย่างที่ยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน ทำให้ประชาชนบางส่วนเริ่มเปลี่ยนใจ
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
นายสมชาย ปรีชา นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การที่แพทองธารมาแรงเป็นสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการผู้นำที่มีความชัดเจนและสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้จริง ส่วนพิธานั้นยังคงมีฐานเสียงที่เหนียวแน่น แต่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
แนวโน้มในอนาคต
สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลคงจะเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทั้งสองพรรคยังคงมีนโยบายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครเหมาะสมที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า
สวนดุสิตโพลยังคงเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำรวจความคิดเห็นที่มีความน่าเชื่อถือ และผลสำรวจครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญให้ทุกฝ่ายได้นำไปปรับใช้ในการวางแผนทางการเมืองต่อไป



