เมื่อเวลา 08.48 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลตำรวจเอกวิสนุ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมนักเรียนเก่า FBI นำคณะผู้แทนสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ ประกอบด้วย นายฌอน เค. โอนีลล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายแอนดรูว์ เบลีย์ รองผู้อำนวยการร่วมสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) และนายเบนจามิน จี. เวอร์ชิว ผู้ช่วยทูตฝ่ายกฎหมาย ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ
การหารือความร่วมมือด้านอาชญากรรมข้ามชาติ
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 คณะผู้แทนสหรัฐฯ ได้เดินทางมาร่วมประชุม The 26th FBI National Academy Associates (FBINAA) Asia Pacific Chapter Retraining Conference อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันต่อต้านองค์กรอาชญากรข้ามชาติในยุคดิจิทัล การเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ คาดว่ามีการหารือเป็นการภายในเกี่ยวกับความร่วมมือรองรับอาชญากรรมที่ซับซ้อนและไร้พรมแดน หลังจากนั้นเวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีก่อนประชุมถึงประเด็นการหารือกับรองผู้อำนวยการ FBI นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆ ว่า เขาชื่นชมไทยมากในทุกเรื่อง
รัฐมนตรีลาประชุม 4 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม 4 คน ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
สาระสำคัญจากการหารือ
ภายหลังการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
- ขอบคุณสมาคมนักเรียนเก่า FBI: นายกรัฐมนตรีขอบคุณสมาคมนักเรียนเก่าเอฟบีไอ–เอ็นเอ แห่งประเทศไทย (FBI-NAAT) ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 40 ปีของสมาคมฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เครือข่ายผู้บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศมีต่อประเทศไทย และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยกับเครือข่าย FBI National Academy
- ภัยคุกคามไร้พรมแดน: นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภัยคุกคามในปัจจุบันมีความซับซ้อนและไร้พรมแดนมากขึ้น โดยเฉพาะอาชญากรรมไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ จึงไม่สามารถรับมือได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับ FBI และเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับเทคโนโลยี บุคลากร และกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูล
- ความพร้อมของไทย: นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการสานต่อความร่วมมือกับ FBI National Academy Associates และเครือข่ายผู้บังคับใช้กฎหมายทั่วโลก เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
- คำชื่นชมจากคณะผู้จัดการประชุม: คณะผู้จัดการประชุมกล่าวชื่นชมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นพันธมิตรสำคัญด้านการบังคับใช้กฎหมายในภูมิภาค และขอบคุณสำหรับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การสืบสวนและติดตามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินคดี การติดตามทรัพย์สิน และการช่วยเหลือผู้เสียหายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การประชุม FBINAA Asia Pacific Chapter
การประชุม FBI National Academy Associates Asia Pacific Chapter Retraining Conference ครั้งที่ 26 เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร กระชับความร่วมมือ และเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกว่า 150 คน จาก 26 ประเทศ เข้าร่วม
ความเห็นจากเลขาธิการ สมช.
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการหารือช่วงเช้าว่า เป็นการมาพบพูดคุยถึงสถานการณ์ทั่วไป เมื่อถามว่ามีสถานการณ์พิเศษหรือไม่ นายฉัตรชัยระบุว่า เป็นเรื่องความร่วมมือทั่วไปเรื่องอาชญากรรม ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของตำรวจไทยและสหรัฐอเมริกา เป็นความร่วมมือตามปกติ ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ



