รัฐบาลมอบสิทธิบัตรทองฮีโร่ให้ครอบครัวกำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา
รัฐบาลมอบสิทธิบัตรทองฮีโร่ให้ครอบครัวกำลังพลชายแดน

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแนวทางดูแลครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครอบครัวเหล่านี้ยังคงได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเจ้าของสิทธิจะเสียชีวิตลงแล้วก็ตาม

รายละเอียดสิทธิประโยชน์

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีข้าราชการทหารเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ส่งผลให้บุคคลในครอบครัวจำนวน 40 ราย ต้องสิ้นสุดสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และจำเป็นต้องกลับไปใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลครอบครัวของผู้เสียสละ เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสมและสมศักดิ์ศรี

สาระสำคัญของมติคณะรัฐมนตรี

สาระสำคัญของมติคณะรัฐมนตรีครั้งนี้คือ การมอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดำเนินการให้บุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตดังกล่าว ได้รับ สิทธิบัตรทองฮีโร่ หรือ UC Heroes โดยสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในขอบเขตที่เทียบเท่ากับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะคงอยู่จนกว่าผู้มีสิทธิจะได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย และในกรณีของบุตรของผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะเป็นหน่วยงานบริหารจัดการระบบและดูแลการใช้สิทธิให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การประมาณการงบประมาณ

ทั้งนี้ สปสช. ได้ประมาณการงบประมาณในการดำเนินการไว้ที่ปีละ 780,040 บาท โดยในปีงบประมาณ 2569 จะขอรับจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และในปีงบประมาณต่อไปจะเสนอขอรับจัดสรรตามกระบวนการงบประมาณประจำปี

ความรับผิดชอบของรัฐ

นางสาวลลิดากล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลตระหนักดีว่ากำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน คือผู้เสียสละอย่างสูงสุด การดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่คือความรับผิดชอบของรัฐที่ต้องยืนเคียงข้างครอบครัวของผู้กล้าอย่างต่อเนื่อง

"ผู้เสียสละเพื่อชาติ ไม่ควรถูกจดจำเพียงในวันที่จากไป แต่ครอบครัวของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ นี่คือการส่งต่อความมั่นคงจากแนวหน้า สู่ความมั่นใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง"