นายกฯ อนุทิน ชี้ช่วงพักโทษทักษิณยังมีข้อจำกัด ไม่เข้าเยี่ยม แม้มีความผูกพัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษว่า ตนขอแสดงความยินดีกับครอบครัวชินวัตร ที่นายทักษิณได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว พร้อมย้ำว่าช่วงพักโทษยังมีข้อจำกัด ทำให้ยังไม่เข้าไปพบหรือขอคำปรึกษา แม้ส่วนตัวจะมีความผูกพันกันก็ตาม
นัยสำคัญของการสื่อสารของแพทองธาร
การที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สื่อสารผ่านสาธารณชนว่านายทักษิณจะวางมือทางการเมือง อาจไม่ใช่การให้คำมั่น แต่น่าจะเป็นนัยสำคัญที่ยืนยันเพื่อให้ได้รับอิสรภาพในการพักโทษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่านายทักษิณจะวางบทบาทตัวเองอย่างไรต่อไป
เมื่อนักข่าวถามถึงโอกาสที่นายอนุทินจะเข้าเยี่ยมหรือขอคำปรึกษาจากนายทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นายอนุทินตอบว่ายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ช่วงนี้เป็นเวลาของครอบครัว เนื่องจากพักโทษมีข้อจำกัด ให้ท่านออกมาใช้ชีวิตกับครอบครัวก่อน กรุงเทพฯ แคบ เดี๋ยววันใดวันหนึ่งมีโอกาสพบกันตามโอกาสต่าง ๆ ค่อยว่ากัน ตอนนี้ท่านออกมาใหม่ ยังมีข้อจำกัด ท่านไม่สะดวกให้บุคคลภายนอกเข้าไปพบ จึงไม่ใช่วาระที่ต้องเข้าไปพบหรือเยี่ยม
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ตนถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านมากว่า 20 ปี มีความผูกพันเหมือนลูกหลาน แต่ขณะนี้ให้เป็นเวลาของครอบครัว พร้อมปฏิเสธการวิเคราะห์ว่านายทักษิณจะวางมือทางการเมืองหรือเป็นบุคคลที่สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองในรัฐบาล
ไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ
เป็นที่สังเกตว่า หลังจากวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่นางสาวแพทองธารเข้าเยี่ยมที่เรือนจำและออกมาสื่อสารว่านายทักษิณจะวางมือทางการเมือง ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม คณะกรรมการพิจารณาพักโทษระดับเรือนจำส่งชื่อนายทักษิณเป็น 1 ใน 10 ผู้ต้องขังเข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป จากนั้นวันที่ 29 เมษายน คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ส่งชื่อให้ระดับกระทรวงเคาะพักโทษ โดยนายทักษิณเป็น 1 ใน 500 ผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษ ซึ่งหมายความว่าต้องติดกำไล EM
จากนั้นมีคีย์เวิร์ดจากครอบครัวชินวัตรอีกครั้งด้วยข้อความว่า 'หวังจะได้รับการผ่อนปรน' นายทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีประวัติสุขภาพ และอายุ 76 ปี จึงมีกระแสเกี่ยวกับดุลยพินิจของกรมคุมประพฤติที่จะพิจารณาผ่อนปรนเรื่องกำไล EM แต่อีกทางหนึ่งก็มีกระแสว่ายืนตามดุลยพินิจของคณะกรรมการระดับกระทรวง ซึ่งหมายถึงอำนาจฝ่ายบริหาร อาจเป็นไปได้เพื่อป้องปรามการกระทำผิดซ้ำ
สัญญาณการเมืองและข้อจำกัดพักโทษ
การที่นายทักษิณกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าพร้อมสัญญาณการเมืองที่ต้องจับตา เหตุผลหลักในการติดกำไล EM คือเพื่อติดตามตัวให้เป็นไปตามข้อจำกัด โดยเฉพาะการกักที่พำนักหรือกักบริเวณ และเป็นเครื่องมือสร้างความปลอดภัยในสังคม ลดความแออัดในเรือนจำ
คณะกรรมการพิจารณาพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีในโควตาพรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน นัยสำคัญของการสื่อสาร 'จะวางมือทางการเมือง' อาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาพักโทษ และการติดกำไล EM ก็อาจเป็นนัยว่าหวั่นเกรงการกระทำผิดซ้ำ
จนถึงเวลานี้ ต้องยอมรับว่าไม่มีใครอยากเชื่อว่านายทักษิณจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยเฉพาะภาวะที่พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสถานะ 'พรรคต่ำร้อย' ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์เชษฐา ทรัพย์เย็น วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ระบุว่าเป็นพรรคต่ำร้อยครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งพรรคในปี 2542 ในช่วง 4 เดือนแรกนายทักษิณอาจมาเคลียร์พรรคในทางลับ เชิญผู้ที่กุมชะตาพรรคหลายท่านเข้ามาหารือเพื่อฟื้นพรรค หรือเชิญรัฐมนตรีในสายสีแดงเพื่อฟื้นกระแสนิยมผ่านการทำงาน ซึ่งจะเป็นการเคลื่อนไหวทางลับ แต่จะไม่ปรากฏตัว
ในช่วง 4 เดือนระหว่างพักโทษที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นายทักษิณมีข้อห้ามต้องอยู่ในพื้นที่พำนัก ไม่ออกนอกเขตท้องที่ ไม่ไปเยี่ยมผู้ต้องขังอื่น ต้องประกอบอาชีพสุจริต ไม่พกพาอาวุธ และต้องรายงานตัวต่อผู้คุมทุกเดือน แต่ไม่มีข้อห้ามเรื่องคนเข้าพบ หรือห้ามพูดเรื่องการเมือง หรือยุ่งเกี่ยวทางการเมือง หากจะยุ่งตามวิสัยของนายทักษิณแต่เดิม ทั้งที่มีการป้องปรามไว้แล้ว แต่เป็นไปได้ไหมว่าทันทีที่มีหลักฐานเชื่อมโยงการครอบงำหรือชี้นำ อาจเป็นหลุมพรางที่ขุดรอเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย



