เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ “ไปให้สุด หยุดที่ เจมส์ อนุชา” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อช่วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 หาเสียงโค้งสุดท้าย โดยได้วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของกรุงเทพมหานครในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง
อภิสิทธิ์ชี้ทราฟฟี่ฟองดูว์ดีแต่ไร้เรื่องร้องเรียนดีกว่า
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รณรงค์หาเสียง ตนเห็นการสูญเสียโอกาสและเวลาไปหลายปีกับสิ่งที่ย่ำอยู่กับที่ โดยไม่ได้ตำหนิอดีตผู้ว่าฯ กทม. แต่ตั้งคำถามถึงตัวชี้วัดความก้าวหน้าของการบริหารเมือง โดยยกตัวอย่างทราฟฟี่ฟองดูว์ (แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับรับแจ้งและบริหารจัดการปัญหาเมือง) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรภาคภูมิใจหรือไม่ที่ 4 ปีมีเรื่องร้องเรียนล้านเรื่อง ตัวชี้วัดที่ดีกว่าคือ 4 ปีจากนี้ไปหากนายอนุชาเข้าไป ทราฟฟี่ฟองดูว์ยังมี แต่ไม่มีเรื่องร้องเรียน เพราะต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
รำลึกผลงานปชป.ในอดีต เทียบปัจจุบันพบปัญหาคาราคาซัง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงผลงานในอดีตของพรรค เช่น การทำให้รถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปรับคนฝั่งธนบุรีได้ด้วยฝีมือของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. การต่อสู้ให้มีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ การริเริ่มโรงกำจัดขยะระบบปิดที่หนองแขมแห่งแรก และการสร้างโรงพยาบาลบางขุนเทียนเพื่อผู้สูงอายุ ขณะที่ปัจจุบันพบปัญหาหลายอย่าง เช่น ใน 1 เดือนที่เปิดตัวนายอนุชา เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ ฝนตกน้ำท่วมถนนสีลมในช่วงไพรด์พาเหรด และวิวาทะกลิ่นขยะที่โรงกำจัดขยะอ่อนนุช นอกจากนี้ยังพบว่าแม้ต้องการให้ กทม.เป็นฮับของ AI แต่ถนนสุขุมวิทเต็มไปด้วยร้านขายกัญชา และเรือไฟฟ้าที่ กทม.ทอดทิ้ง ทั้งที่มีคลองจำนวนมาก
ย้ำความโปร่งใสและล้างบางระบอบอากง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนและควรเปลี่ยนแปลงโดยเร็วคือความไม่โปร่งใสของการบริหารเมือง การมีส่วยขออนุมัติ ขออนุญาต ส่วนคนที่บอกว่าหากมีหลักฐานให้ส่งหลักฐานมา ก็ไม่ควรบริหาร กทม.อีกต่อไป พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่นายอนุชา แต่พรรค ปชป. มีทีม สก. และผู้บริหารพรรคที่พร้อมทำงานเพื่อคน กทม. โดยมีคนในเกือบทุกเขต หากนายอนุชาได้รับโอกาสเป็นผู้ว่าฯ กทม. ทุกเขตมีอดีตประธานสาขาและสมาชิกพรรคที่พร้อมทำงานอย่างต่อเนื่อง
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงป้ายหาเสียงที่เขียนว่า “เลือก สก.อิสระทั้งทีม” ทำให้สงสัยว่า อิสระแบบไหนถึงมีทีม และใครส่งทีม โดยมองว่าอยู่นอกปฐพีเพราะแข็งแกร่งกว่าผู้ว่าฯชัชชาติ นอกจากนี้ยังย้ำว่านายอนุชามีความพร้อม มีความตั้งใจและนโยบายที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง 5 เรื่องที่เป็นเป้าหมายของพรรคปชป. แม้โพลคะแนนจะตามหลัง แต่สิ่งสำคัญคือความต้องการทำและความตั้งใจ หากชนะก็ได้ทำ แต่วันนี้ที่ภาคภูมิใจแม้ไม่ชนะ แต่คนชนะก็จะถูกกดดันจากนโยบายและวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะนายชัชชาติที่จะถูกกดดันให้บริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส
ถึงเวลาล้างบางระบอบอากง
นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า หาก “ระบอบอากง” มีจริง หากพรรค ปชป. ชนะ “ระบอบอากง” ก็อยู่ต่อไปไม่ได้ เพราะคนที่เปิดประเด็นด้วยข้อมูลจากการตรวจสอบแบบวิทยาศาสตร์ต้องได้รับการแก้ไขโดยคนที่เปิดข้อมูลคือนายอนุชา ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้เมืองเดินไปข้างหน้า อย่างน่าอยู่ น่าเที่ยว ให้การเมืองสะอาด สุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นความมุ่งมั่นของชาวประชาธิปัตย์



