เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้โอกาสระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 เข้าหารือทวิภาคีกับผู้นำ 3 ชาติเพื่อนบ้าน ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค
หารือกับเวียดนาม ตั้งเป้าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ในการหารือกับนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับความร่วมมือ 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยง โดยตั้งเป้าขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้แตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมชูอาเซียนเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุนโลก นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่สายการบิน VietJet สนใจลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของไทย และเตรียมลงนามแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านในการเยือนไทยของประธานาธิบดีเวียดนามเร็วๆ นี้ ทั้งสองฝ่ายยังพร้อมจับมือเป็น 'พี่ใหญ่' ขับเคลื่อนการพัฒนาและความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคให้เป็นรูปธรรม
หารือกับมาเลเซีย สานต่อสันติสุขชายแดนใต้
ส่วนการหารือกับนายดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ไร้รอยต่อ โดยเร่งรัดโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 และถนนเชื่อมด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม ให้เริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ พร้อมแจ้งการแต่งตั้ง 'หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชุดใหม่' ยืนยันความมุ่งมั่นแก้ปัญหาชายแดนใต้ด้วยสันติวิธี ซึ่งมาเลเซียพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรียังยืนยันความพร้อมเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการภายในปี 2569 เพื่อกระชับความไว้วางใจในระดับผู้นำ
หารือกับสิงคโปร์ ผนึกกำลังสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน
นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โดยนำเสนอแนวคิด 'Synergise Our Strength' หรือการผนึกกำลังเพื่อสร้างความแข็งแกร่งร่วมกัน แทนการมองสมาชิกเป็นคู่แข่งขัน มุ่งใช้อาเซียนเป็นฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีสากล สิงคโปร์เห็นพ้องและพร้อมสนับสนุนไทยในทุกมิติ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันร่วมกันที่จะผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อสร้างความมั่นคงและการเชื่อมโยงด้านพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาวของภูมิภาค



