นายกฯ อนุทิน เตรียมลงพื้นที่ใต้ 17 เม.ย. เน้นแก้ปัญหาความมั่นคง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยแผนการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 17 เมษายน 2569 โดยระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เนื่องจากยังคงมีปัญหาด้านความมั่นคงหลายประการที่ต้องเร่งแก้ไข
เน้นย้ำการปราบปรามอาชญากรรมและความปลอดภัย
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ปัญหาการใช้อาวุธทำร้ายประชาชนในรูปแบบลอบสังหารหรือการทำร้ายร่างกายจะต้องไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้เร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว
นายอนุทิน เน้นว่า อาวุธและกำลังพลมีไว้เพื่อต่อสู้กับผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศ ไม่ใช่ใช้ทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง โดยตนได้กำหนดเงื่อนไขและรูปแบบการทำงานที่ชัดเจนให้กับทั้งฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือย้ายบุคคลากร เพราะรัฐบาลปัจจุบันไม่ใช่รัฐบาลที่เพิ่งเข้ามาเพียง 4 เดือน แต่เป็นรัฐบาลที่มีวาระ 4 ปี จึงต้องแสดงผลงานและตอบสนองนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม
คาดโทษข้าราชการเกียร์ว่าง ยันอำนาจนายกฯ สั่งย้ายได้
เมื่อถูกถามถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่าจะไปให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ถูกลอบยิงหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตนให้กำลังใจและเห็นใจเสมอ แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเยี่ยมใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการลงไปรับฟังสถานการณ์โดยตรง เนื่องจากรัฐบาลมีเสถียรภาพแล้ว การเห็นสภาพหน้างานจะช่วยในการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ทุกฝ่ายต้องทำตาม
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า หากมีข้าราชการที่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า "เกียร์ว่าง" ตนจะใช้อำนาจในการสั่งย้ายได้ทันที โดยย้ำว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการสั่งการ ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการระดับใดก็ตาม และจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการหากจำเป็น
ส่วนคำถามเกี่ยวกับการวางตัวชี้วัดผลงาน (KPI) นายอนุทิน ย้ำว่า ตนสามารถประเมินผลงานได้โดยไม่ต้องพึ่ง KPI เนื่องจากมีประสบการณ์ทำงานและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งมั่นใจว่าจะประเมินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยืนยันยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาเรียกร้องให้เปิดด่านชายแดนในจังหวัดตราดและจันทบุรีว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดพูดคุยและยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่ายังไม่มีการเปิดด่านและยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดด่านชายแดน
เมื่อถูกถามว่าหากกัมพูชาจะประสานงาน ควรผ่านทางการทูตหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน ก่อนที่จะก้าวไปสู่จุดอื่น จำเป็นต้องมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงระดับนั้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ของนายกฯ อนุทิน จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างความมั่นคงและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมกับยืนยันอำนาจในการบริหารจัดการบุคลากรและนโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน



