นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส หลังเป็นประธานเปิดงาน MONEY EXPO 2026 BANGKOK ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการรวมโครงการคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อเดียวว่า “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อให้สามารถใช้ร้านค้าที่มีอยู่ประมาณ 1.4-1.5 ล้านร้านค้าร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้ามากขึ้น
กำหนดการลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิ์
รัฐบาลยืนยันกำหนดการเดิม โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ส่วนจำนวนผู้มีสิทธิ์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอตัวเลขที่ชัดเจน เนื่องจากจะรวมสิทธิ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน และสิทธิ์ของโครงการคนละครึ่งพลัสเดิมเข้าด้วยกัน
สิทธิ์สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาท แบ่งเป็นเงินสมทบเดิม 300 บาทต่อเดือน และรัฐบาลเพิ่มให้อีก 700 บาท โดยไม่ต้องนำเงินของตัวเองมาสมทบในสัดส่วน 60:40 เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นผู้มีรายได้น้อย อาจไม่เพียงพอในการนำเงินออกมาใช้จ่ายในส่วน 40%
การจ่ายเงินแบ่งเป็น 2 เฟส
การจ่ายเงินจะแบ่งเป็น 2 เฟส เฟสละ 2 เดือน เดือนละ 1,000 บาท รวม 4,000 บาท เนื่องจากต้องเปิดให้ลงทะเบียนใหม่และทบทวนคุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิ์ในรอบที่ 2 โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่บางคนอาจมีรายได้เกินเกณฑ์ โดย 2 เดือนแรกจะโอนเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลุ่มเดิมก่อน และ 2 เดือนหลังจะเก็บตกผู้ตกหล่นเพื่อให้ได้รับสิทธิ์อย่างครอบคลุม
สิทธิ์สำหรับประชาชนทั่วไป
สำหรับประชาชนทั่วไป จะได้รับสิทธิ์ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส โดยรัฐบาลสนับสนุนเงิน 60% และประชาชนออกเอง 40% โดยย้ำว่าประชาชน 1 คน จะได้รับเพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะไม่สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสได้
เป้าหมายของโครงการ
โครงการนี้เน้นช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนเป็นหลัก ยังไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อ GDP ของประเทศได้ในขณะนี้



