ย้อนไทม์ไลน์อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กลับคืนแผ่นดินไทยในรอบ 17 ปี จากเรือนจำสู่วันได้รับอิสรภาพ 11 พฤษภาคม 2569
จุดเริ่มต้นการกลับมา
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเมืองไทย จากนายกฯ ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างสูง สู่การถูกรัฐประหารในปี 2549 ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดนถึง 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดกินเวลายาวนานถึง 17 ปี กว่าที่นายทักษิณจะได้กลับมาเหยียบผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง และต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งในคดีที่คั่งค้าง และคดีชั้น 14 ที่ทำให้ต้องถูกจองจำในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่ล่าสุดจะได้รับการพักโทษ กลับไปอยู่กับครอบครัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
22 สิงหาคม 2566 : กลับไทยในรอบ 17 ปี
นายทักษิณ เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวลงที่ท่าอากาศยานดอนเมือง (MJets) โดยมีครอบครัวรอต้อนรับ ซึ่งในวันดังกล่าวยังเป็นวันเดียวกับที่รัฐสภาฯ โหวตนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อถึงประเทศไทย นายทักษิณ ได้ก้มกราบถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ก่อนทักทายสื่อมวลชนและมวลชนผู้สนับสนุนที่มารอต้อนรับ ก่อนมีการนำตัวไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยศาลได้แจ้งคำพิพากษารวม 3 คดี มีโทษจำคุกรวม 8 ปี
จากนั้นได้นำตัวนายทักษิณ ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นกลุ่มเปราะบางอายุเกิน 60 ปี มีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง เบื้องต้นกักตัว 10 วันที่แดน 7 ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของเรือนจำ ต่อมากลางดึก เวลา 23.59 น. นายทักษิณมีอาการป่วยกำเริบ แน่นหน้าอก-ความดันขึ้นสูง จึงมีการส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ และรักษาต่อเรื่อยมา
31 สิงหาคม 2566 : ได้รับพระราชทานอภัยโทษ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชหัตถเลขา ตามที่นายทักษิณ ได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ความว่าเคยดำรงตำแหน่งนายกฯ ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ มีความจงรักภักดี ยอมรับการกระทำผิดและสำนึกในความผิด และขณะนี้อายุมาก มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน
18 กุมภาพันธ์ 2567 : กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
นายทักษิณ ได้รับการปล่อยตัว หลังเป็น 1 ในนักโทษ 945 รายที่เข้าเกณฑ์พักโทษ คือกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป มีการเจ็บป่วยร้ายแรง ต้องโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของโทษที่กำหนด สามารถกลับมารักษาที่บ้านได้แต่ต้องไปรายงานตัวทุกเดือน โดยพบว่านายทักษิณ ได้สวมเฝือกคอ-แขน เดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69
มกราคม - กรกฎาคม 2568 : ต่อสู้คดีชั้น 14
หลังนายทักษิณ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า มีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ นั้น นับเป็นการถูกจำคุกตามคำพิพากษาหรือไม่ โดยในวันที่ 10 มกราคม 2568 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ เข้ายื่นคำร้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ไต่สวนกรณีดังกล่าว แม้ว่าต่อมา 30 เมษายน 2568 ศาลฎีกาฯ จะยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่านายชาญชัยไม่ใช่ผู้เสียหายของคดีดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อความปรากฏต่อศาลว่าอาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุก ศาลจึงมีคำสั่งไต่สวนนายทักษิณ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคดีดังกล่าวก็เข้าสู่กระบวนการกฎหมาย มีการเรียกพยานไต่สวน และศาลได้มีนัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 กันยายน 2568
4 กันยายน 2568 : ปริศนาบินไกล
อย่างไรก็ดีวันที่ 4 กันยายน 2568 ไม่กี่วันก่อนถึงวันนัดฟังคำสั่งศาล นายทักษิณได้เดินทางออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสนามบินดอนเมือง โดยมีรายงานว่าเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ก่อนมีการตรวจสอบพบว่าเส้นทางการบินเปลี่ยนจุดหมายไปที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แทน เกิดคำถามในสังคมว่าเหตุใดนายทักษิณจึงเปลี่ยนเส้นทาง และจะเดินทางกลับไทยหรือไม่ ซึ่งนายทักษิณ ชี้แจงผ่าน X (ทวิตเตอร์) ว่า ตั้งใจไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ แต่เนื่องจากถูกตรวจคนเข้าเมืองไทยถ่วงเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้เครื่องบินไปลงที่สนามบิน Seletar สำหรับเครื่องบินส่วนตัวไม่ทัน จึงเปลี่ยนแผนไปดูไบเพราะมีหมอที่เคยรักษาที่นั่น ยืนยันว่ากลับไทยไม่เกินวันที่ 8 กันยายนแน่นอน เมื่อถึงวันที่ 8 กันยายน 2568 ท่ามกลางกระแสข่าวลือและการจับจ้องจากทุกฝ่าย นายทักษิณ ได้เดินทางกลับถึงแผ่นดินไทยอีกครั้ง
9 กันยายน 2568 : เข้าเรือนจำ 1 ปี
ต่อมา 9 กันยายน 2568 ตามนัดหมายของศาลฎีกาฯ ศาลได้มีคำสั่งบังคับโทษจำคุกนายทักษิณเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากการเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่นับเป็นการบังคับโทษตามกฎหมาย ไม่สามารถนำระยะเวลาที่รักษาตัวมาหักลบเป็นวันจำคุกได้ ทำให้ต้องนำตัวนายทักษิณ กลับเข้าสู่เรือนจำ เพื่อรับโทษจริงเป็นเวลา 1 ปี ตามพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยลดโทษ
กันยายน 2568 - เมษายน 2569 : ครอบครัวส่งกำลังใจทุกสัปดาห์
หลังนายทักษิณ ถูกนำตัวเข้าคุมขัง ครอบครัวชินวัตรได้ผลัดกันเดินทางเข้าเยี่ยมเป็นประจำ โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะลูกสาวคนเล็ก ได้เผยภาพลักษณ์ใหม่ของผู้เป็นพ่อผ่านโซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรก เป็นภาพของนายทักษิณในชุดนักโทษสีฟ้าและผมที่ตัดสั้นท่ามกลางอ้อมกอดของลูกๆ ในกิจกรรมเยี่ยมญาติ พร้อมฝากข้อความถึงผู้ที่ห่วงใยว่า ยังสบายดี รับรู้ได้ถึงความรัก และขอส่งความห่วงใยกลับไปถึงทุกคนเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่สูญเสียอิสรภาพ ครอบครัวชินวัตรได้กลายเป็นกำลังใจสำคัญ บุตรชายและบุตรสาวต่างผลัดเปลี่ยนกันเข้าเยี่ยมเยียนอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 วัน รวมกว่า 61 ครั้ง
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2569 : นับถอยหลังสู่อิสรภาพ
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กรมราชทัณฑ์ยืนยันสถานะทางกฎหมายว่านายทักษิณเข้าเกณฑ์พักการลงโทษในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากได้รับโทษครบ 2 ใน 3 หรือเป็นเวลา 8 เดือนตามระเบียบ ก่อนที่คณะกรรมการระดับเรือนจำมีมติเห็นชอบรายชื่อให้ได้รับการพักโทษ ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ก่อนที่ 29 เมษายน 2569 กระทรวงยุติธรรม ได้อนุมัติการพักโทษอย่างเป็นทางการ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการติดกำไล EM เพื่อติดตามตัว และสั่งห้ามเดินทางออกประเทศ โดยมีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
11 พฤษภาคม 2569 : เตรียมได้รับการปล่อยตัว
นายทักษิณ มีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังใช้ชีวิตในเรือนจำรวม 243 วัน โดยจะอยู่ภายใต้การคุมประพฤติอย่างเข้มงวด ทั้งการรายงานตัวและการพำนัก ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเงื่อนไขนี้จะดำเนินต่อไปอีก 4 เดือน จนกว่าจะถึงวันที่ 9 กันยายน 2569
ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงและมวลชนผู้สนับสนุนนายทักษิณ ได้นัดรวมตัวมาแสดงพลังสนับสนุนและต้อนรับการกลับมาของนายกฯ ในดวงใจ โดยวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ แกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสานและที่ปรึกษาเครือข่ายกลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน เปิดเผยว่า ขณะนี้คนเสื้อแดงในหลายจังหวัดภาคอีสาน ทยอยเดินทางเข้า กทม. เพื่อรอต้อนรับและให้กำลังใจนายทักษิณ โดยคาดว่าจะมีคนเดินทางไปประมาณ 300-400 คน



