พฤติกรรมเสี่ยงโรคอ้วนทำสุขภาพพัง สารพัดโรคเรื้อรังรุมเร้าในคนรุ่นใหม่
ในยุคปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่ กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้นจาก พฤติกรรมเสี่ยงโรคอ้วน ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังนานาชนิด ข้อมูลจาก PPTV Online เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ชี้ให้เห็นว่า วิถีชีวิตที่นิยมนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ร่วมกับการบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ขยับตัวน้อย ทำงานหนัก นอนดึก และขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่อายุยังน้อย หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ ปัญหาสุขภาพอาจสะสมและนำไปสู่โรคเรื้อรังในระยะยาวได้
โรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับความอ้วน
ความอ้วนไม่เพียงแต่ส่งผลต่อรูปร่างเท่านั้น แต่ยังเป็นบ่อเกิดของโรคเรื้อรังหลายชนิด ดังนี้
- โรคเบาหวาน: การออกกำลังกายน้อยและบริโภคคาร์โบไฮเดรตกับไขมันมากเกินไป ทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
- โรคความดันโลหิตสูง: แม้คนผอมก็สามารถเป็นได้ แต่การชอบกินอาหารหวาน มัน เค็มเป็นประจำร่วมกับภาวะอ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
- โรคไขมันในเลือดสูง: เกิดจากการกินอาหารอุดมไขมันและคอเลสเตอรอล ส่งผลให้หลอดเลือดแข็ง ตีบ อุดตัน และเพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคนิ่วในถุงน้ำดี: การสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดี โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นและอัตราการเผาผลาญลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว
- ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ: พบมากในคนอ้วน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรัง ส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
- โรคมะเร็ง: ความอ้วนเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร เต้านม และลำไส้ใหญ่
- ปัญหาข้อต่อและกล้ามเนื้อบาดเจ็บ: น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อรับน้ำหนักมาก เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย
- ไตทำงานหนัก: คนอ้วนมักกินอาหารมาก ทำให้ไตต้องทำงานหนักเพื่อกำจัดของเสีย และยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อไตได้
การประเมินภาวะอ้วนและแนวทางป้องกัน
เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคอ้วน คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถประเมินภาวะอ้วนลงพุงได้ง่ายๆ ด้วยการวัดเส้นรอบเอวที่ผ่านสะดือ (หน่วยเป็นเซนติเมตร) แล้วเปรียบเทียบกับส่วนสูงหาร 2 หากเส้นรอบเอวมากกว่าค่าดังกล่าว แสดงว่ามีภาวะอ้วนลงพุง หรือใช้วิธีคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) โดยนำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง สำหรับคนเอเชีย ค่า BMI ที่เหมาะสมอยู่ที่ 18.5-22.9 หากอยู่ระหว่าง 23.00-24.9 ถือว่าท้วม และเกิน 25 ขึ้นไปจัดว่าเป็นคนอ้วน
สาเหตุหลักของโรคอ้วนมักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม แต่บางกรณีอาจเกิดจากพันธุกรรมหรือความผิดปกติ เช่น โรคไทรอยด์ที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ
แนวทางลดความอ้วนอย่างปลอดภัย
แนวทางที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุดในการลดความอ้วนคือ
- กินอาหารให้ครบห้าหมู่ในปริมาณพอดี หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด และของหวาน
- หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มการเผาผลาญและควบคุมน้ำหนัก
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีเพื่อติดตามภาวะสุขภาพและป้องกันโรคเรื้อรัง
หากควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ยังคงอ้วนหรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจมีความผิดปกติบางอย่างแฝงอยู่ในร่างกายที่ต้องการการรักษาเฉพาะทาง
ข้อมูลจากโรงพยาบาลพญาไท 2 แนะนำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเพื่อหลีกเลี่ยงโรคเรื้อรังและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว



