ผลการออกเสียงประชามติชัดเจน! กกต.ประกาศผลอย่างเป็นทางการ
ในวันนี้ (4 มีนาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีประกาศให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงมาตรา 22 แห่ง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และมาตรา 68 แห่ง พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตัวเลขผลการออกเสียงประชามติอย่างละเอียด
จากข้อมูลที่ประกาศโดย กกต. พบว่าจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติตามบัญชีรายชื่อมีทั้งสิ้น 52,933,610 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติทั้งหมด 36,870,266 คน สำหรับผลการออกเสียงประชามติในประเด็น "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่"
- เห็นชอบ: 21,621,638 คน
- ไม่เห็นชอบ: 11,241,653 คน
- ไม่แสดงความคิดเห็น: 3,074,330 คน
- บัตรเสีย: 932,583 บัตร
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ของผู้มาใช้สิทธิ์เห็นชอบกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสัดส่วนที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เห็นชอบและผู้ที่เลือกไม่แสดงความคิดเห็น
บริบทและความสำคัญของการออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติในครั้งนี้จัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ การประกาศผลดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้ผลการออกเสียงมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ กกต.ยังได้ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อแล้ว 100 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอีก 3 คน โดยมีนัดหมายให้ปากคำกับกองปราบในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ในประเด็นการแจ้งความภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับข่าวการเลือกตั้งอื่นๆ เช่น การเช็กรายชื่อ 100 สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่พบว่า "พรรคประชาชน" มีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ "พรรคภูมิใจไทย" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับการออกเสียงประชามติ การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญเพื่อเข้าใจภาพรวมของสถานการณ์ในปัจจุบัน



