นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแผนปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ โดยมีเป้าหมายเริ่มดำเนินการในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ให้จ่ายค่าไฟฟ้าในราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย พร้อมทั้งขู่ยกเลิกสัญญาแอดเดอร์กับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน หากไม่ยอมปรับลดราคารับซื้อให้เหมาะสม
ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได
การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งนี้ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วยต่อเดือน จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน จะได้อัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
- ผู้ใช้ไฟฟ้า 200-400 หน่วยต่อเดือน จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน จะได้อัตราค่าไฟฟ้า 3.95 บาทต่อหน่วย (อัตราปกติ)
- ผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป จำนวน 3.2 ล้านครัวเรือน จะต้องรอปรับอัตราใหม่ โดยรัฐบาลแนะนำให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง
ยกเลิกสัญญาแอดเดอร์เอกชน
นายเอกนัฏกล่าวว่า กระทรวงพลังงานเตรียมยกเลิกสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนในโครงการแอดเดอร์ หากไม่สามารถเจรจาปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าให้เหมาะสม เช่น การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไม่ควรเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนเชื้อเพลิงไบโอแมสก็ต้องเจรจาราคาที่เป็นธรรม โดยผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่มนี้คืนทุนไปนานแล้ว และสถานการณ์ต้นทุนพลังงานเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต หากเจรจาไม่สำเร็จก็พร้อมให้เอกชนฟ้องร้องดำเนินคดีกับรัฐได้ ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้หารือกับสำนักงานอัยการเพื่อพิจารณาข้อมูลดังกล่าวแล้ว คาดว่าการแก้ไขปัญหาแอดเดอร์จะช่วยประหยัดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ 10 สตางค์ต่อหน่วย
ส่งเสริมติดตั้งโซลาร์เซลล์
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 480-500 หน่วยขึ้นไป รัฐบาลแนะนำให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยหากไม่มีงบประมาณติดตั้ง ภาครัฐจะหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ เช่น ติดตั้งโซลาร์ขนาด 2-3 กิโลวัตต์ งบประมาณประมาณ 60,000 บาท ผ่อนชำระ 10 ปี ดอกเบี้ย 3% ผ่อนเดือนละ 600 บาท ช่วยเซฟค่าไฟ 300-400 หน่วยที่อาจต้องจ่าย 1,500 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ กระบวนการติดตั้งโซลาร์เซลล์จะถูกปรับลดขั้นตอนลง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องอนุมัติติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 1 เดือน สำหรับผู้ที่ติดตั้งเพื่อใช้เอง (ไม่ขายเข้าระบบ) จะใช้เวลาดำเนินการ 7 วัน ส่วนผู้ที่ต้องการขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบ จะรับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลจะขยายกรอบรับซื้อจากเดิมไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ และจะขยายเพิ่มตามการตอบรับของประชาชน
หาแหล่งเงินอุดหนุนลดค่าไฟ
นายเอกนัฏกล่าวว่า กระทรวงพลังงานกำลังหาแนวทางปรับลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ซึ่งปัจจุบันมีอัตราเรียกเก็บเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย โดยจะหารือกับทุกฝ่ายเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เช่น การของบกลาง เงินของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง และเงินส่วนต่างต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าประมาณการจาก ปตท. โดยคาดหวังว่าจะนำเงินส่วนนี้มาลดต้นทุนค่าเอฟทีสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก และตั้งเป้าหมายให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจาก 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.50 บาทต่อหน่วย



