นายกฯ อนุทิน มอบนโยบายจัดทำงบประมาณปี 2570 ชูกฎเหล็ก Zero-based ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยเน้นย้ำว่านี่เป็นวาระสำคัญที่แตกต่างจากครั้งก่อน เนื่องจากโลกกำลังเผชิญความผันผวนสูงจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของไทยและทั่วโลก
ปรับตัวรับสถานการณ์โลก เน้นประสิทธิภาพสูง-ทรัพยากรน้อย
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ภาครัฐต้องแสดงบทบาทนำในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยทรัพยากรที่น้อยลง เริ่มจากการปรับลดงบประมาณแผนงานที่ไม่สอดคล้องกับปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศอย่างแท้จริง
การจัดทำงบประมาณปี 2570 ต้องตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศให้พ้นภาวะวิกฤต พัฒนาอย่างมั่นคงยั่งยืน และหลุดพ้นจากหลักประเทศรายได้ปานกลางโดยเร็ว รัฐบาลกำหนดนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
- นโยบายด้านเศรษฐกิจ
- ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
- ด้านสังคม ภัยพิบัติ และสิ่งแวดล้อม
- ด้านการบริหารภาครัฐ
- การปฏิรูปกฎหมายและแก้ไขคอร์รัปชันอย่างจริงจัง
กรอบงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มเพียง 0.2% ใช้หลัก Zero-based
สำหรับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นี้ มีกรอบวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วเพียง 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นตามสิทธิตามกฎหมายและสวัสดิการต่างๆ ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว การใช้จ่ายงบประมาณต้องคำนึงถึงหลักความคุ้มค่าและหลักงบประมาณฐานศุนย์ (Zero-based) ซึ่งไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่เคยได้รับจัดสรรในปีก่อน แต่เน้นความจำเป็นเหมาะสมของสถานการณ์และความเร่งด่วน
นายอนุทิน กล่าวว่า การขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีนี้จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณปีที่แล้ว โดยส่วนมากที่เพิ่มขึ้นจะเป็นรายจ่ายด้านการลงทุน ซึ่งเป็นกฎเหล็กของปีงบประมาณ 2570 เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตและวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน
สั่งลดก่อสร้างอาคาร-เน้นเช่า งบฯ อาวุธต้องพร้อมปกป้องอธิปไตย
ทุกหน่วยรับงบประมาณต้องปรับลดคำขอตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษาดูงาน และปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ โดยเน้นเช่ามากกว่า หากจำเป็นต้องก่อสร้างขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน สำหรับเส้นทางคมนาคมขอให้มุ่งเน้นการซ่อมบำรุงเส้นทางเดิมมากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีนี้
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเรื่องการปกป้องอธิปไตยของประเทศว่า “อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องมีความพร้อม ต้องไม่ให้ฝ่ายที่ตรงข้ามกับเรา คิดว่าเขาสามารถมารุกรานประเทศของเราเมื่อไหร่ก็ได้” ขอให้กองทัพและสำนักงบประมาณวางแผนเตรียมความพร้อมด้านศักยภาพแสนยานุภาพให้เพียงพอต่อการปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศไทย
เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ลดผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันโลก
ในส่วนของสถานการณ์พลังงาน นายอนุทิน กล่าวว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศโดยปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เช่น การเช่าหรือซื้อรถยนต์มาใช้ในราชการขอให้เปลี่ยนมาใช้รถอีวี (EV) เพื่อประหยัดและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันของโลก รวมถึงพิจารณาใช้โซลาร์รูฟท็อปในทุกพื้นที่ที่สามารถทำได้
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการงบประมาณระหว่าง 5 หน่วยงานในครั้งนี้ ขอให้เห็นถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนรุ่นหลัง



