เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยคะแนนเสียง 271 ต่อ 203 เสียง โดยมีผู้งดออกเสียง 2 เสียง วงเงินงบประมาณรวมอยู่ที่ 3.752 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.7
สาระสำคัญของร่างงบประมาณ
ร่างงบประมาณดังกล่าวประกอบด้วยรายได้สุทธิ 2.87 ล้านล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 8.82 แสนล้านบาท โดยมีกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไม่เกินร้อยละ 70 และภาระหนี้ของรัฐบาลต่อรายได้ไม่เกินร้อยละ 35
การอภิปรายในสภา
ในการอภิปราย ฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลของงบประมาณ โดยเฉพาะการเพิ่มงบประมาณในส่วนของรายจ่ายประจำที่สูงถึง 2.7 ล้านล้านบาท ขณะที่งบลงทุนมีเพียง 9.2 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.5 ของงบประมาณทั้งหมด ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 25 นอกจากนี้ ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการที่ยังไม่มีความชัดเจน เช่น โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ต้องใช้เงินถึง 1.5 แสนล้านบาท
ข้อเสนอของฝ่ายค้าน
ฝ่ายค้านเสนอให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะการลดงบประมาณในส่วนของรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว
การตอบรับจากรัฐบาล
รัฐบาลชี้แจงว่างบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง และมีความจำเป็นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568



