ส.ส. พรรคก้าวไกล เปิดโปงงบฯ 1.9 หมื่นล้าน ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของรัฐบาล
ส.ส.ก้าวไกล เปิดโปงงบฯ 1.9 หมื่นล้าน ซักถามรัฐบาล (16.03.2026)

ส.ส. พรรคก้าวไกล เปิดโปงงบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของรัฐบาล

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่ามีการจัดสรรเงินกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ให้กับหน่วยงานต่างๆ อย่างไม่ชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสในการบริหารงานของรัฐบาล

รายละเอียดงบประมาณที่ถูกตั้งคำถาม

จากการตรวจสอบพบว่า งบประมาณส่วนนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์ที่คลุมเครือและขาดการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียด ส.ส. จากพรรคก้าวไกลได้เน้นย้ำว่า การใช้งบประมาณของรัฐบาลควรมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตหรือการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลดังกล่าว โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย ส.ส. กล่าวว่า "รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างชัดเจน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ

พรรคก้าวไกลได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบงบประมาณส่วนนี้อย่างเข้มงวด โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่ใช้งบประมาณดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและแสดงถึงความรับผิดชอบในการบริหารงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล

การเปิดโปงงบประมาณครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลในด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ หากรัฐบาลไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ อาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจจากประชาชนและภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม

ในขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกลในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย

สรุปแล้ว การเปิดเผยข้อมูลงบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยส.ส. พรรคก้าวไกล เป็นการตั้งคำถามสำคัญต่อความโปร่งใสของรัฐบาล และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการบริหารงบประมาณของประเทศในอนาคต