บริษัทให้ WFH ลดเงินเดือน 30-50% ทำได้หรือไม่? รู้สิทธิลูกจ้างก่อนเสียเปรียบ
บริษัทให้ WFH ลดเงินเดือน 30-50% ทำได้หรือไม่?

ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การมีงานทำถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่หลายคนกลับต้องเผชิญกับข่าวร้ายเมื่อบริษัทปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานพร้อมกับลดเงินเดือนลง โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่ฉวยโอกาสเสนอให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) ได้ 100% แต่แลกกับการลดเงินเดือน 30-50% หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจสิทธิของตนเองเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ Thairath Money ได้รวบรวมข้อมูลจากทางการมาให้คุณแล้ว

บริษัทสั่ง WFH พร้อมลดเงินเดือน ทำได้หรือไม่?

จากการสอบถามไปยังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้คำตอบที่ชัดเจนว่า กรณีที่บริษัทสั่งให้พนักงานทำงานที่บ้าน 100% แต่ลดเงินเดือนลงนั้น บริษัทไม่สามารถตัดสินใจฝ่ายเดียวได้ เนื่องจากตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหรือบริษัทจะเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างได้ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง เช่น การเพิ่มสวัสดิการ แต่หากการเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลเสียต่อลูกจ้าง เช่น การลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง หรือลดสวัสดิการที่เคยให้ บริษัทจะดำเนินการฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานประจำหรือลูกจ้างรายวันก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ทำไม่ได้โดยไม่ได้รับความยินยอม

  • ลดสวัสดิการที่เคยให้ เช่น ค่ารถ ค่าเดินทาง เบี้ยขยัน
  • ลดตำแหน่งหรือเงินเดือน
  • หักเงินค่าปรับเมื่อมาสาย (บริษัทอาจใช้หลักการ No work, No pay แต่ต้องระบุในสัญญาจ้างอย่างชัดเจน)
  • ลดเงินเดือนเมื่อลูกจ้างจงใจสร้างความเสียหาย (แต่อาจถูกเรียกค่าเสียหายหรือถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย)

อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้สามารถตกลงกันได้ หากลูกจ้างเซ็นยินยอมรับเงื่อนไขการลดเงินเดือนหรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ บริษัทก็สามารถดำเนินการได้ทันที ดังนั้นหากบริษัทยื่นเงื่อนไขใหม่ให้เซ็นเอกสาร ควรอ่านให้ละเอียดและทำความเข้าใจก่อนลงนาม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หากเงื่อนไขไม่ยุติธรรม ลูกจ้างควรทำอย่างไร?

หลายคนอาจคิดว่าต้องเซ็นเอกสารตามที่บริษัทเสนอ แต่เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ แนะนำให้อ่านเงื่อนไขที่ปรับใหม่อย่างละเอียด หากไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ควรเตรียมข้อมูลและเอกสารทั้งหมดไปขอคำปรึกษาจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่เบอร์ 1546 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 3 เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้วจึงค่อยตัดสินใจ หากพบว่าถูกเอาเปรียบ สามารถร้องเรียนกับทางการได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. รวบรวมหลักฐาน เช่น สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน ข้อความการสั่งงานทางอีเมลหรือแชท ที่ระบุการหักเงินหรือลดเงินเดือน
  2. ยื่นคำร้อง ต่อพนักงานตรวจแรงงานที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าสู่ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยเจรจากับบริษัท ทำให้อาจได้รับเงินส่วนต่างคืนหรือรักษาสิทธิเดิมไว้ได้

สิทธิแรงงานอื่นที่ควรรู้

นอกจากกรณีลดเงินเดือนแล้ว ยังมีสิทธิแรงงานที่สำคัญอีกหลายประการ เช่น หากถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดและบริษัทไม่แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) ซึ่งไม่รวมกับค่าชดเชยตามอายุงาน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าชดเชยการเลิกจ้าง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลของกระทรวงแรงงานและราชกิจจานุเบกษา