สส.ระยอง เรียกร้องรัฐบาลเร่งเดินหน้ากฎหมาย PRTR แก้ปัญหามลพิษซ้ำซาก ปกป้องสุขภาพประชาชน
น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 1 จากพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งนำร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ... หรือที่รู้จักกันในชื่อ PRTR กลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรทันที เพื่อแก้ไขปัญหาการปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานและสารเคมีรั่วไหลที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างซ้ำซาก
ประวัติความเป็นมาและความคืบหน้าของร่างกฎหมาย PRTR
น.ส.กมนทรรศน์ ได้อธิบายว่า ในสมัยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ตนและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกลได้ร่วมกันยื่นร่างกฎหมาย PRTR เข้าสู่สภา พร้อมกับร่างที่ภาคประชาชนร่วมลงชื่อมากถึง 12,328 คน สภาฯ ได้มีมติรับหลักการในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณารายมาตราจนเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568
อย่างไรก็ตาม การประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้ร่างกฎหมายที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วทั้งหมดต้องหยุดชะงักและค้างการพิจารณาอยู่ในวาระที่ 2 และ 3 ทันที น.ส.กมนทรรศน์ กล่าวว่า "เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะกฎหมายหลายฉบับมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง"
สถานการณ์มลพิษที่รุนแรงและความจำเป็นเร่งด่วน
จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ทำให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงภัยจากมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ หรือแม้แต่มลพิษที่สะสมอยู่ในแหล่งดินและแหล่งอาหาร บ่อยครั้งที่เกิดอุบัติภัยจากโรงงาน เหตุการณ์สารเคมีรั่วไหล หรือการปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน
น.ส.กมนทรรศน์ เน้นย้ำว่า "เราไม่สามารถรอเวลาได้อีกต่อไป เพราะเราไม่สามารถป้องกันอันตรายได้อย่างทันท่วงที หรือระงับยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดข้อมูลสารมลพิษที่ชัดเจนจากโรงงานหรือหน่วยงานที่กำกับดูแล" ปัญหาเรื้อรังด้านสิ่งแวดล้อมนี้ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
หัวใจสำคัญของกฎหมาย PRTR และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
น.ส.กมนทรรศน์ ได้อธิบายถึงหัวใจสำคัญของกฎหมาย PRTR ว่า กฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ครอบครองสารมลพิษ รวมถึงผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษต้องรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม พร้อมบังคับให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้สู่สาธารณะ
กลไกนี้จะช่วยรับรองสิทธิให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสารมลพิษ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันตนเองและรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที เปลี่ยนจากการตามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มาเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ข้อเรียกร้องและความหวังสำหรับอนาคต
ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งเดินหน้ากฎหมาย PRTR ต่อทันที โดยนำร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งยังค้างอยู่ในวาระที่ 2 และ 3 กลับมายืนยันเพื่อพิจารณาต่อให้จบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง
"กฎหมาย PRTR จะช่วยคืนความปลอดภัยด้านสุขภาพและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลมลพิษให้แก่ประชาชนคนไทยทุกคน" น.ส.กมนทรรศน์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหามลพิษซ้ำซากที่คุกคามคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง



