ประธานกมธ.ป.ป.ช.ลุยหาดบางเทา ชงรัฐบาลปราบผู้มีอิทธิพลภูเก็ต
ประธานกมธ.ป.ป.ช.ลุยหาดบางเทา ชงรัฐบาลปราบผู้มีอิทธิพล

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณหาดบางเทา จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ก่อนเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพล และการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็น “นอมินี” ถือครองทรัพย์สินแทนกลุ่มทุนต่างชาติ

พบการบุกรุก 3 จุดสำคัญบนเกาะภูเก็ต

จากการชี้แจงของกรมป่าไม้ จังหวัดภูเก็ต และกรมที่ดิน ระบุว่า ปัจจุบันพบการบุกรุกพื้นที่สาธารณะขยายวงกว้างใน 3 จุดสำคัญ คือ หาดบางเทา หาดนุ้ย และหาดฟรีดอม ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถิติการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด (ครอบคลุมหาดฟรีดอมและหาดนุ้ย) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2567 จากภาพถ่ายทางอากาศสถานการณ์ยังควบคุมได้ มีการดำเนินคดีผู้บุกรุกรวม 24 คดี (24 แปลง) ส่งผลให้ไม่มีการขยายพื้นที่บุกรุกเพิ่มในช่วงนั้น แต่ในปี 2568 ผลสำรวจกลับพบว่า มีการหวนกลับเข้ามาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ซ้ำในหลายจุด เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและจับกุมอย่างเข้มงวด ส่วนปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการเร่งรัดคดีอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่าหลังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเสร็จ จะดำเนินการฟื้นฟูสภาพป่าและวางมาตรการป้องกันการบุกรุกซ้ำระยะยาวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หาดบางเทาพบร้านค้า 16 ร้านถูกสั่งปิด

นายอาสพลธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ติดตามปัญหานี้มาตลอดเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ในส่วนของหาดบางเทา เบื้องต้นพบว่ามีร้านค้า 16 ร้านถูกสั่งปิดไปแล้วเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างและเข้าข่ายรุกล้ำพื้นที่สาธารณะตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ. ยังพบข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า บริเวณพื้นที่ฝั่งตรงข้ามทางเดินยังมีร้านค้าบางส่วนเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งได้รับข้อมูลจาก อบต.เชิงทะเล ว่า พื้นที่เหล่านั้นบางส่วนมีโฉนดที่ดินในนาม “นิติบุคคล” แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของที่ดินได้ และบางจุดก็ไม่มีเลขที่โฉนดที่ดินแสดงอย่างชัดเจน ทาง กมธ. จึงได้รับหนังสือและเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดมาตรวจสอบเชิงลึกตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ย้ำดำเนินคดีทุกกรณีไม่มียกเว้น

“หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย บุกรุกที่ดินสาธารณะจริง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยการรื้อถอน และดำเนินคดีอาญาตามที่กฎหมายกำหนดทุกกรณี ไม่มียกเว้นเด็ดขาด” นายอาสพลธ์ กล่าวและว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายส่งตรงถึงรัฐบาล เพื่อผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และเพิ่มบทลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด กลุ่มทุนนอมินี และขบวนการฟอกเงินให้มีความเข้มงวดเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก และรักษาทรัพยากรธรรมชาติของเกาะภูเก็ตให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน