เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ โดยมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดแนวทางให้หน่วยงานของรัฐสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา
ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีสาระสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- หน้าที่เปิดเผยข้อมูล: หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐที่ร้องขอ
- หน้าที่รักษาความลับ: หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาและไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลอื่น
- หลักเกณฑ์การรักษาข้อมูล: การรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) กำหนด เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการ สร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาล ตลอดจนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ นอกจากนี้ยังช่วยลดการทุจริตคอร์รัปชัน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคเอกชน รวมถึงสนับสนุนการเข้าสู่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และเป็นการส่งเสริมความร่วมมือรัฐบาลเปิด (Open Government Partnership: OGP)
ผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ
การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐจะช่วยให้ประชาชนไม่ต้องยื่นเอกสารซ้ำซ้อนเมื่อติดต่อราชการ ลดขั้นตอนและเวลาในการขอรับบริการ ขณะเดียวกันภาคเอกชนจะได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ



