“ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้พบกับกลุ่มแนวร่วมบีอาร์เอ็น ระดับปฏิบัติการ ซึ่งได้คุยถึงแนวทางที่เป็นแกนหลักในยุคที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะโครงสร้างของ IO ที่ถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ และมีการชี้เป้าในการโจมตีในโลกโซเชียลแบบรายเดือน ซึ่งถูกสั่งการไปในระดับล่างถึงระดับหมู่บ้าน นอกจากการก่อเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ขบวนการบีอาร์เอ็น โครงสร้างแบบรัฐซ้อนรัฐ
แหล่งข่าวกลุ่มแนวร่วมบีอาร์เอ็น เล่าว่า ยุทธศาสตร์ของขบวนการบีอาร์เอ็น มีการกำหนดในทุก 2 ปี มีการวางโครงสร้างจัดการแบบ “รัฐซ้อนรัฐ” เช่น มีหน่วยงานที่ดูแลกระทรวงกลาโหม การเมือง และต่างประเทศ เป็นต้น ด้านการดูแลในพื้นที่มีการแบ่งเป็นหมู่บ้าน หลายหมู่บ้านจะมีผู้นำที่ดูแลเหมือนกับกำนัน มีผู้นำที่เทียบเท่าระดับจังหวัด ที่ดูแลในพื้นที่ 2 – 3 อำเภอ
การก่อเหตุส่วนใหญ่ใช้กำลังพล 6 คน ที่เรียกว่า 1 ชุด ซึ่งเป็นกำลังพลที่ใช้ในการเคลื่อนที่เร็วเพื่อก่อเหตุ กำลังพล 12 คน เรียกว่า 2 ชุด คือ 1 หมู่ 3 หมู่ เรียกว่า 1 หมวด 3 หมวด เรียกว่า 1 กองร้อย หลายกองร้อย เรียกว่า 1 กองพัน
แนวคิดการก่อเหตุ เพื่อประชาสัมพันธ์
แนวคิดการก่อเหตุ ที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดกลัว และทิ้งความหวาดกลัวไว้เบื้องหลังการก่อเหตุแต่ละครั้ง จนมีคำสั่งว่า เวลาไปรบ ชนะหรือแพ้ ต้องชนะทางการเมือง และชนะทางยุทธศาสตร์ เป็นเหมือนการประชาสัมพันธ์ให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติรับทราบ เพื่อผลักดันให้เกิดการปกครองตนเอง
ผลัดใบแกนนำ จาก “ยุคกู้ชาติ” สู่ “ยุคสร้างชาติ”
กลุ่มแกนนำบีอาร์เอ็น นิยามผู้ร่วมอุดมการณ์ในยุคก่อนว่า “ยุคกู้ชาติ” ขณะปัจจุบันเมื่อเปลี่ยนผู้นำใหม่ ถือเป็น “ยุคสร้างชาติ” ที่มีความคิดเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน ที่ต้องการเอกราชแบบ 100% แต่ผู้นำยุคนี้เป้าหมายคือ การได้ปกครองตนเอง กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ขบวนการบีอาร์เอ็น เน้นการก่อเหตุ สร้างความรุนแรงในพื้นที่ แต่ยุคนี้เน้นสร้างกองกำลัง รวมถึงเครือข่ายกลุ่มเยาวชน โดยผู้นำคนใหม่ก่อนมารับตำแหน่ง ได้ลงมาในพื้นที่เพื่อทำงานเมื่อปี 2565 จากนั้นปี 2567 ก็เริ่มรับตำแหน่งอย่างเต็มตัว ซึ่งปี 2566 เพียงปีเดียวสามารถสร้างเครือข่ายเยาวชนได้ประมาณ 520 กลุ่มในพื้นที่
การก่อเหตุแต่ละครั้งมีการวางแผน และหลังก่อเหตุเสร็จจะหนีเพื่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในช่องทางธรรมชาติ
กลยุทธ์ตอบโต้ข่าวสาร ขบวนการบีอาร์เอ็น
การสร้างข่าวสารและการตอบโต้ของกลุ่มบีอาร์เอ็น มีกระบวนการปฏิบัติการเป็น 4 ระดับ ดังนี้
- ระดับล่าง มีหน้าที่ขับเคลื่อน สั่งการ และทำงานในพื้นที่
- ระดับกลาง ดูแลคนทำงาน วิเคราะห์ความสำเร็จ และล้มเหลวในการปฏิบัติการ
- นำปัญหาที่ผ่านการวิเคราะห์ในระดับกลางมาวิเคราะห์อีกรอบ
- เอาสิ่งที่ผ่านจากการวิเคราะห์ในข้อที่ 3 มาเป็นแผนในการปฏิบัติการในครั้งถัดไป
แนวคิด IO การด้อยค่าเพื่อทำลายความเชื่อมั่น
การทำ IO ของขบวนการบีอาร์เอ็น มีการแบ่งงานกันชัดเจน มีการออกคำสั่งเป็นรายเดือนไปยังระดับหมู่บ้านในเครือข่าย แต่สิ่งสำคัญในการโต้ตอบในโลกโซเชียลต้องมีแนวคิดดังนี้
- นำเสนอข้อดีของตนเอง
- ต้องนำเสนอข้อเสียของคู่ต่อสู้
- ถ้าเป็นประเด็นข้อเสียของขบวนการ ต้องมีการนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง
- ถ้าเป็นข้อดีของคู่ต่อสู้จะต้องเปลี่ยนให้เป็นข้อเสีย
ขณะเดียวกันต้องมี 4 ภาวะวิสัยในการทำ IO สำหรับการทำงาน ผู้นำต้องทำให้ผู้ที่จะไปทำงานมีความรู้สึกดังนี้
- คุยข้อแม้ทั้งหมดก่อน วิจารณ์ในแง่มุมต่างๆ ก่อนไปทำงาน จนเกิดผลสรุป
- ต้องดึงคนให้มีความรู้สึกร่วม ด้วยแง่มุมเหตุและผล
- เกิดแรงจูงใจในการทำงานหลังรับคำสั่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องมีความอยากในการทำหน้าที่
- มีความรู้สึกที่ได้รับมอบหมายไปทำงานทั้งก่อนและหลังปฏิบัติการ
ปัญหาและการทำงานที่ไม่บรรลุเป้าหมายคือ จุดเริ่มต้นของงานใหม่ แนวคิดของการทำ IO ขบวนการบีอาร์เอ็น นอกจากจะลดทอนความเชื่อมั่นของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ยังต้องปฏิเสธปฏิบัติการที่ไม่เป็นผลดีต่อกลุ่ม ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกว่า เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่สร้างความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน
เงินบริจาค รายได้หลักซื้ออาวุธ บีอาร์เอ็น
ผู้ที่เข้าร่วมกับขบวนการบีอาร์เอ็น จะต้องเสียสละเงินเพื่อเป็นทุนดังนี้
- เงินรายวัน วันละ 1 บาท
- เงินสิ้นเดือน ครอบครัวละ 10 – 100 บาท
- เงินฉุกเฉินเก็บได้ครอบครัวละ 6 ครั้งต่อปี โดยครั้งละ 60 – 100 บาท
- เงินเฉลี่ยจากการทำงาน เป็นเงินที่แบ่งออกมาจากการทำงานทั่วไป การให้แล้วแต่รายได้ของครอบครัวนั้น
- เงินฟ้าผ่า เป็นเงินที่ทางกลุ่มสามารถเรี่ยไรได้ หากมีการปฏิบัติการแล้วมีผู้บาดเจ็บ เก็บได้ 6 ครั้งต่อปี และครั้งละ 30 บาท
มีรายงานว่า ด้วยเงินบริจาคเหล่านี้ ขบวนการบีอาร์เอ็น มีเงินอยู่กว่า 200 ล้านบาท และมีธุรกิจร้านอาหาร และที่ดินในต่างประเทศเพื่อการลงทุน



