Anthropic เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เสริม Claude for Legal ให้สำนักงานกฎหมายสามารถเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่เข้ากับ Claude เพื่อให้ AI ช่วยทำงานแทนอัตโนมัติ ตั้งแต่งานเอกสาร เตรียมคำให้การ ไปจนถึงเข้าฐานข้อมูลคำพิพากษา ครอบคลุมหลากหลายสาขากฎหมาย รวมถึงกฎหมาย AI Governance
ฟีเจอร์ใหม่ของ Claude for Legal
ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การเปิดตัวฟีเจอร์เล็ก ๆ ของ Anthropic อย่าง Claude for Legal ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการกฎหมายมาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุด บริษัทก็ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเครื่องมือด้านกฎหมายชุดใหม่สำหรับ Claude Cowork ที่จะช่วยให้สำนักงานกฎหมายสามารถเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่เข้ากับ AI ได้โดยตรง เพื่อให้ AI ทำงานจำนวนมากได้แบบอัตโนมัติ
สำหรับเครื่องมือใหม่ของ Anthropic นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสำนักงานกฎหมายทำงานเชิงธุรการและงานเอกสารได้แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การค้นหาและตรวจสอบเอกสาร การเข้าถึงฐานข้อมูลคำพิพากษา การเตรียมคำให้การ การร่างเอกสารทางกฎหมาย ไปจนถึงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยปลั๊กอินสายกฎหมายเหล่านี้สามารถรองรับงานในหลายสาขา เช่น กฎหมายการค้า ความเป็นส่วนตัว องค์กร แรงงาน ผลิตภัณฑ์ รวมถึงกฎหมายและนโยบายด้าน AI Governance
ระบบเชื่อมต่อ MCP
นอกจากนี้ Anthropic ยังเปิดตัวชุดตัวเชื่อมต่อ MCP หรือ Model Context Protocol ระบบที่ช่วยให้ AI สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ภายนอกได้โดยตรง ทำให้ Claude สามารถทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ ที่สำนักงานกฎหมายใช้อยู่แล้วได้ทันที ตัวอย่างเช่น ระบบจัดการเอกสารอย่าง DocuSign หรือแพลตฟอร์มค้นหาไฟล์อย่าง Box รวมถึงแพลตฟอร์มวิจัยกฎหมายอย่าง Thomson Reuters ซึ่งเป็นเจ้าของบริการ Westlaw ก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Claude ได้เช่นกัน
การแข่งขันในตลาด AI กฎหมาย
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรงในตลาด AI สำหรับวงการกฎหมาย ซึ่งกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของอุตสาหกรรม AI ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สตาร์ทอัพด้านกฎหมาย AI อย่าง Harvey ซึ่งใช้ระบบ Agentic AI เพื่อทำงานด้านกฎหมายแบบอัตโนมัติ สามารถระดมทุนได้ถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน สตาร์ทอัพคู่แข่งอย่าง Legora ก็สามารถระดมทุนรอบ Series D ได้อีก 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเปิดแคมเปญโฆษณาใหญ่ที่ได้นักแสดง Jude Law มาร่วมโปรโมตแบรนด์
ทั้ง Harvey และ Legora ต่างนำเสนอระบบ AI ที่เข้ามาช่วยจัดการงานหลังบ้านของสำนักงานกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเอกสาร การค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์เคส หรือขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ซึ่งในอดีตจำเป็นต้องใช้ทีมงานมนุษย์จำนวนมากในการดำเนินการ
ความเห็นจากโฆษก Anthropic
โฆษกของ Anthropic กล่าวว่า “ภาคกฎหมายกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการนำ AI มาใช้งาน และสำนักงานกฎหมายหรือทีมกฎหมายขององค์กรที่เริ่มใช้ก่อน ก็กำลังสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างรวดเร็ว” พร้อมเสริมว่า Claude กำลังขยายบทบาทเชิงลึกเข้าสู่งานสาย Knowledge Work มากขึ้น และอุตสาหกรรมกฎหมายได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดและสำคัญที่สุดของบริษัทไปแล้ว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความผิดพลาดของ AI
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัท AI ต่างเร่งเจาะตลาดด้านกฎหมาย แต่ความผิดพลาดจาก AI ก็เริ่มสร้างปัญหาในโลกจริงมากขึ้นเช่นกัน ก่อนหน้านี้มีทนายความและสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ถูกจับได้ว่าใช้ AI สร้างเอกสารทางกฎหมายที่มีข้อผิดพลาดมากมาย นอกจากนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐแคลิฟอร์เนียถึงขั้นออกบทลงโทษเป็นครั้งแรกต่อทนายความรายหนึ่ง ที่ใช้ ChatGPT ช่วยร่างเอกสารอุทธรณ์ ซึ่งภายในมีทั้งคำอ้างอิงและคำพูดที่ AI สร้างขึ้นมาเองจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่าผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางบางคนเองก็เริ่มใช้ AI ช่วยร่างคำตัดสิน จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองโดยสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมาเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง คดีความที่สร้างโดย AI ก็กำลังถูกมองว่าเป็นขยะทางกฎหมายรูปแบบใหม่ เพราะเอกสารฟ้องร้องจำนวนมากที่สร้างขึ้นโดย AI เต็มไปด้วยข้อโต้แย้งที่ผิดเพี้ยนหรือไม่มีเหตุผล ส่งผลให้ระบบศาลต้องรับภาระหนักมากขึ้นจากคดีคุณภาพต่ำจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ที่มา: Claude, TechCrunch, Business Insider



