นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการกองทุนทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับกองทุนประกันสังคมให้เป็นสถาบันหลักที่สร้างความมั่นคงให้ผู้ใช้แรงงาน โดยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าขณะนี้ สปส. กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เชิงลบ
เร่งแก้ไขปัญหาและสร้างความโปร่งใส
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แม้กระทรวงการคลังจะตรวจสอบแล้วพบว่าสถานะการดำเนินงานของกองทุนไม่มีปัญหา แต่ประชาชนยังมองว่าเป็นปัญหา ซึ่งรัฐบาลจะไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม แต่จะเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างถูกต้อง โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสเพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบและติดตามได้ ถือเป็นก้าวแรกสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
ความท้าทายจากสังคมสูงวัยและผลตอบแทนการลงทุน
กองทุนประกันสังคมกำลังเผชิญกับภาวะสังคมสูงวัยเต็มขั้น ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนยังไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อกองทุน โดยที่ประชุมเห็นควรปรับเปลี่ยนวิธีการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน ซึ่งกองทุนได้เริ่มดำเนินการแล้ว
ดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ประกันสังคม
นายจุลพันธ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มและกลุ่ม Gig worker ซึ่งเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าโลกการทำงานเปลี่ยนไปแล้ว โดยปัจจุบันมีไรเดอร์ประมาณ 300,000 คน และคาดว่าอีก 3-5 ปี ตัวเลขจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ดังนั้นต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อให้แรงงานกลุ่มนี้ได้รับสิทธิและความคุ้มครอง
- แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในไทยยังเข้าสู่ระบบประกันสังคมในสัดส่วนน้อยเกินไป ต้องดึงให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องเพื่อรับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ
- การบริหารงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลซึ่งสูงถึงปีละกว่า 100,000 ล้านบาท ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมากขึ้น เน้นป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมถึงฟื้นฟูสมรรถภาพแรงงานให้กลับเข้าสู่ระบบได้เร็ว
เงินบำนาญสูตร CARE และระบบ IT
ส่วนเงินบำนาญชราภาพสูตร CARE ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว แต่ต้องหารือกับกลุ่มต่างๆ เพื่อพิจารณารายละเอียดและรักษาผลประโยชน์ของทุกกลุ่ม ขณะเดียวกันยอมรับว่าระบบ IT หลัก (SSO core) ยังมีปัญหา โดยได้สั่งเร่งแก้ไขแล้ว
ปรับโครงสร้างองค์กรและกฎหมาย
นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภารกิจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้โปร่งใส ทันสมัย มีความเป็นอิสระ และเป็นหลังพิงที่มั่นคงให้แรงงานทุกคน ไม่ว่าจะเจ็บป่วย ว่างงาน หรือเกษียณอายุ โดยจะเดินหน้าสู่การทำงานแบบมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนให้ตอบโจทย์ประชาชน



