จากกรณีที่พระคึกฤทธิ์ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์สินของวัดและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ล่าสุดพระคึกฤทธิ์ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทั้งสองข้อหา โดยมีทนายความส่วนตัวเข้าร่วมให้การโต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
รายละเอียดข้อกล่าวหา
ข้อกล่าวหาที่พระคึกฤทธิ์ต้องเผชิญประกอบด้วย 2 ข้อหาใหญ่ คือ ข้อหายักยอกทรัพย์สินของวัด ซึ่งเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ
การดำเนินการของทนายความ
นายสมชาย ทนายความของพระคึกฤทธิ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักฐานและพยานเอกสารเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าพระคึกฤทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม
ทนายความยังกล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหานี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งภายในวัด และมีบุคคลบางกลุ่มพยายามกลั่นแกล้งพระคึกฤทธิ์ ซึ่งทางทีมกฎหมายจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ปฏิกิริยาจากสังคม
คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมวงกว้าง เนื่องจากพระคึกฤทธิ์เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในวงการศาสนา หลายฝ่ายจับตาดูการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด ขณะที่บางส่วนแสดงความกังวลต่อภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ในสังคมไทย
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้พระคึกฤทธิ์และทนายความเข้าพบเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการต่อไป



