ทหารบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดขณะลาดตระเวนชายแดนสระแก้ว-บุรีรัมย์
ทหารบาดเจ็บจากระเบิดชายแดนสระแก้ว-บุรีรัมย์

ทหารบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดขณะลาดตระเวนชายแดนสระแก้ว-บุรีรัมย์

กองทัพภาคที่ 1 รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 14.20 น. เกิดเหตุสะเก็ดระเบิดในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณจุดตรวจหลักเขต 28 ที่ผาหินตัด ส่งผลให้ทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 1 บาดเจ็บ 1 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตามปกติ

รายละเอียดผู้บาดเจ็บและขั้นตอนการรักษา

ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ ส.อ.ธนพล มัดยาดำ ซึ่งดำรงตำแหน่งพลลาดตระเวน สังกัดกองร้อยลาดตระเวนไกลที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ โดยเขาได้รับบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดบริเวณฝ่ามือซ้าย ปลายนิ้วชี้ และนิ้วกลาง เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ฝั่งอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ทหารจึงถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนางรองทันที

แพทย์ประจำโรงพยาบาลนางรองอยู่ระหว่างเตรียมการผ่าตัดตกแต่งบาดแผลในช่วงค่ำของวันนี้ เพื่อฟื้นฟูสภาพบาดแผลให้ดีขึ้นอย่างเร่งด่วน ส่วนโรงพยาบาลหน่วยต้นสังกัดในจังหวัดปราจีนบุรีได้รับทราบเหตุการณ์แล้ว และหากอาการของ ส.อ.ธนพล ดีขึ้นตามคาด มีแผนจะส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อความต่อเนื่องในการดูแล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตรวจสอบเหตุระเบิดและสถานการณ์ไฟป่าชายแดน

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุระเบิดดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุและที่มาของระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับความตึงเครียดหรือกิจกรรมอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ไฟป่าชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพบว่ามีจุดเกิดไฟป่าทั้งหมด 8 จุด แต่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ และไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของทหารไทยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังคงเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่าลุกลามหรือก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ มีรายงานจากศูนย์ไฟป่าอุบลราชธานีที่แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เตรียม "ไม้ตบไฟ" เพื่อรับมือกับไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมข้ามชายแดน โดยเฉพาะกรณีที่ทหารเขมรถูกกล่าวหาว่าเผาป่าก่อกวนไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป