นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศล้างบางผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังพบว่ามีการยึดชายหาดชื่อดังของจังหวัดแล้วนำไปปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่าหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการเช็กบิลทันที ไม่มีการละเว้น
อนุทินไม่ยอมให้มาเฟียคืนชีพ
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่กลับถูกกลุ่มอิทธิพลแทรกซึมและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการยึดครองพื้นที่สาธารณะอย่างชายหาดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
“เราจะไม่ยอมให้มาเฟียเหล่านี้กลับมาคืนชีพอีกเด็ดขาด ต้องล้างบางให้หมดสิ้น” นายอนุทินกล่าว พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ชายหาดทุกแห่งในจังหวัด หากพบการบุกรุกหรือยึดครองโดยมิชอบให้ดำเนินคดีทันที
ขุดรากถอนโคนมาเฟียภูเก็ต
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันปราบปรามกลุ่มอิทธิพลทุกรูปแบบ ตั้งแต่การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ ยาเสพติด ไปจนถึงการฟอกเงิน โดยให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด และให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อาจได้มาจากการกระทำผิด
ด้านตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบาะแสเกี่ยวกับกลุ่มมาเฟียที่ยึดชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดป่าตอง หาดกะรน และหาดกะตะ โดยมีการตั้งเตียงผ้าใบ ร่ม และเครื่องเล่นทางน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวในอัตราที่สูงเกินควร ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้กระทำผิด
สํานักแก้กรรมโต้ “อมมังกร” ครวญเสียหาย
ในอีกคดีหนึ่ง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “อมมังกร” อดีตผู้ต้องหาคดีรถหรูชนตำรวจ ได้ออกมาเปิดเผยว่าถูกสำนักแก้กรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม หลอกลวงให้ทำพิธีกรรมแก้กรรม โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้พ้นจากคดีความ แต่กลับไม่เป็นผล ทำให้เสียเงินจำนวนมาก และยังถูกข่มขู่จากกลุ่มคนในสำนักดังกล่าว
นายวรยุทธเปิดเผยว่า ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียหายรวม 18 ราย เข้าร่วมแจ้งความในครั้งนี้ด้วย โดยทั้งหมดถูกสำนักแก้กรรมดังกล่าวหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน คือให้เงินทำบุญและทำพิธีกรรมต่างๆ แต่ไม่สามารถช่วยให้พ้นจากคดีหรือปัญหาชีวิตได้
ด้านพล.ต.ต.สามารถ เจนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานและจะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำโดยเร็ว พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อที่อ้างว่าสามารถแก้กรรมหรือสะเดาะเคราะห์ได้ เพราะอาจถูกหลอกลวงเสียทรัพย์
เค้น 2 ลูกประดู่ โยงคลังแสงจีน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ขยายผลคดีอาวุธสงครามที่พบในคลังแสงของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย ซึ่งเป็นลูกน้องของนายประดู่ หรือที่รู้จักในชื่อ “ลูกประดู่” โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้จัดหาอาวุธสงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจากจีน เพื่อส่งให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่าเครือข่ายนี้มีการลักลอบนำอาวุธสงครามเข้ามาทางชายแดนภาคตะวันออก โดยใช้เส้นทางธรรมชาติและช่องทางด่านศุลกากรที่ไม่ได้มาตรฐาน อาวุธที่ยึดได้รวมถึงปืนสงคราม ระเบิดมือ และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของคลังแสงที่เตรียมไว้สำหรับก่อเหตุรุนแรง
โฆษก ทร.ยันไม่ปกป้องทลายปุ๋ยเถื่อน
พล.ร.อ.ปกครอง มนธนียากร โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีที่มีการนำชื่อกองทัพเรือไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตปุ๋ยเถื่อนว่า กองทัพเรือไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิด และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าไม่มีการนำเรือหรือกำลังพลของกองทัพเรือไปใช้ในการขนส่งปุ๋ยเถื่อนตามที่มีการกล่าวอ้าง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการค้าภายในได้ร่วมกันตรวจสอบและยึดปุ๋ยเถื่อนจำนวน 17,400 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท โดยพบว่าเป็นปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานและมีการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยชื่อดัง โดยมีนายทุนชาวเวียดนามอยู่เบื้องหลัง และมีการจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันชื่อดัง ทำให้เกษตรกรจำนวนมากได้รับความเสียหาย
พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ได้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ พบว่ามีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชี และมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 20 คน อยู่ระหว่างการออกหมายจับเพิ่มเติม



