เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้กำลังจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการ โดยให้หัวหน้าคณะพิจารณารูปแบบและองค์ประกอบของการพูดคุย ส่วน สมช. ยังคงทำหน้าที่เลขานุการของคณะพูดคุยต่อไป
รอนายกฯลงนามเริ่มกระบวนการ
เมื่อถามถึงกำหนดการเริ่มพูดคุย นายฉัตรชัยกล่าวว่า หากนายกฯลงนามแล้ว ก็สามารถเริ่มกระบวนการได้ทันที ส่วนการพูดคุยในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีการพูดคุยต่อเนื่องหรือเว้นช่วงไปในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนั้น เลขาฯ สมช. กล่าวว่า รอบที่แล้วที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตหัวหน้าคณะพูดคุย ปฏิบัติหน้าที่ ก็มีการพูดคุยจนได้เนื้อหาระดับหนึ่ง แต่บังเอิญมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลพอดี ส่วนครั้งนี้จะหยิบยกสิ่งที่เคยพูดคุยกันมาพิจารณาหรือไม่ ต้องรอดูว่าหัวหน้าคณะจะดำเนินการอย่างไร
ย้ำหลักการพูดคุยทุกกลุ่ม
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าคู่เจรจาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม นายฉัตรชัยกล่าวว่า หลักการในการพูดคุยต้องครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งในประเทศและนอกประเทศ ส่วนตัวจริงหรือตัวปลอมนั้น หากเป็นผู้ที่เห็นต่างก็ต้องพูดคุย ที่ผ่านมามักเป็นฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายทหาร ซึ่งมีหลายส่วน ต้องพูดคุยทั้งหมด นี่คือหลักการที่ดำเนินมานานแล้ว
มั่นใจสถานการณ์ใต้ดีขึ้น
เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าคณะพูดคุยชุดใหม่จะทำให้เหตุการณ์ในภาคใต้ดีขึ้นหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ต้องนำมาประเมินและอาจปรับแนวทางให้มีความลงตัวมากขึ้น ส่วนความแตกต่างจากแนวทางเก่า ต้องรอให้หัวหน้าคณะพิจารณาก่อน
เชื่อตำรวจมีมาตรการดูแลบุคคลสำคัญ
นอกจากนี้ นายฉัตรชัยยังกล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ หรือ วีไอพี ในประเทศ หลังจากเกิดเหตุลอบยิงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า สมช. ไม่ได้ดูแลเรื่องนี้โดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีมาตรการอยู่แล้ว เมื่อถามถึงงานด้านการข่าวและการดูแลความปลอดภัยบุคคลระดับวีไอพี นายฉัตรชัยกล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีระเบียบปฏิบัติประจำ โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว ต้องให้ฝ่ายตำรวจชี้แจงรายละเอียด
ยันไทยมีสิทธิ์ยกเลิกเอ็มโอยู 44
เลขาฯ สมช. ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์แล้ว โดยเรื่องทวิภาคียังคงมีอยู่และต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนกรณียกเลิกเอ็มโอยู 44 นายกรัฐมนตรีกล่าวแล้วว่าต้องมีรูปแบบอื่นมาทดแทน เมื่อถามถึงปฏิกิริยาจากกัมพูชา นายฉัตรชัยกล่าวว่า ตามข่าวที่ออกมาเห็นว่าฝ่ายกัมพูชาไม่เห็นด้วย แต่ตามกฎหมายไทยได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีสิทธิ์ยกเลิกฝ่ายเดียวได้ ส่วนเรื่องเอ็มโอยู 44 กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ขณะที่ยังไม่ทราบช่วงเวลาที่ยกเลิก ขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศว่าจะนำเข้า ครม. เมื่อใด



