ลอบวางระเบิดรถทหารพรานยะลา เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 7 นาย ด้านความมั่นคงเร่งสืบสวน
ระเบิดรถทหารพรานยะลา บาดเจ็บ 7 นาย เร่งสืบสวน

เหตุลอบวางระเบิดรถทหารพรานในยะลา ส่งผลเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 7 นาย

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เกิดเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ของทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 บนถนนสาย 410 ในพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลตาเนาะปูเต๊ะและตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 7 นาย โดยมีอาการแน่นหน้าอกจากการกระแทกของแรงระเบิด

รายละเอียดเหตุการณ์และความเสียหาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ขบวนรถของทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 จำนวน 3 คัน ซึ่งมี พ.อ.วัชระ ถึกสุวรรณ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน ออกปฏิบัติหน้าที่และเดินทางร่วมขบวนด้วย โดยขบวนรถได้เคลื่อนที่มาตามเส้นทางสาย 410 มุ่งหน้าไปยังตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา

เมื่อขบวนรถเดินทางถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง ทำให้ต้องชะลอความเร็วลง ในจังหวะนี้ผู้ก่อเหตุกดชนวนระเบิดที่คาดว่าฝังแสวงเครื่องไว้ใต้ผิวถนน แรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดได้สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์คันที่ 2 และ 3 ในขบวน โดยรถทั้งสองคันได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกและสะเก็ดระเบิดที่กระจายตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการสอบสวนและความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอบันนังสตาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบและความตื่นตัวด้านความมั่นคง

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตัวในด้านความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน ทางการยังคงเดินหน้าสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นอีกในพื้นที่