ทภ.2 ยืนยันทหารกัมพูชาเข้าเคารพหลวงตาเยื้อน ไม่ได้กดดัน
ทภ.2 ยันทหารกัมพูชาเข้าเคารพหลวงตาเยื้อน ไม่ได้กดดัน

กองทัพภาคที่ 2 หรือ ทภ.2 ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพทหารกัมพูชาเดินทางเข้าพบพระธรรมวชิรญาณโกศล หรือหลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบริเวณแนวชายแดน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นการปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามากดดันแต่อย่างใด แต่เป็นการแสดงความเคารพและพูดคุยกันด้วยความเข้าใจอันดี

รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14.20 น. ระหว่างที่หลวงตาเยื้อนพร้อมคณะลูกศิษย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย เดินทางสำรวจเส้นทางยุทธวิธีสายหลัก 2 มุ่งหน้าสู่ฐานปฏิบัติการทศกัณฐ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดภารกิจ

ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ ได้มีกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 15 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เดินทางเข้ามาพบคณะของหลวงตาเยื้อนด้วยความเคารพศรัทธา พร้อมทั้งสอบถามและแสดงความกังวลต่อการดำเนินการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าแนวเส้นทางอาจเข้าใกล้พื้นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของฝ่ายตน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การชี้แจงของฝ่ายไทย

หลวงตาเยื้อนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ร่วมกันชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการพัฒนาเส้นทางภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ด้านการคมนาคม การช่วยเหลือประชาชน และการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน โดยมิได้มีเจตนารุกล้ำอธิปไตยหรือดำเนินกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภายหลังการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจที่ดีต่อกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นมิตร ต่อมาในเวลา 16.10 น. หลวงตาเยื้อนและคณะได้เดินทางออกจากพื้นที่โดยสวัสดิภาพ ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอย่างเข้มงวด

คำยืนยันจากผู้ร่วมเหตุการณ์

นายสงวน คงเงิน ผู้ร่วมดูแลโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดนและอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเข้ามาตรวจสอบหรือมีลักษณะกดดันระหว่างการลงพื้นที่นั้น ไม่เป็นความจริง เหตุการณ์ในวันดังกล่าว ฝ่ายกัมพูชาได้เดินทางเข้ามาแสดงความเคารพต่อพระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล) และมีการพูดคุยสอบถามกันตามปกติ ไม่ได้มีลักษณะการตรวจสอบหรือสร้างความขัดแย้งตามที่ปรากฏในบางกระแสข่าว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินงานก่อสร้างถนนเป็นการทำงานภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่มีประเด็นเรื่องการรุกล้ำหรือการเสียดินแดนแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการเสียดินแดนบริเวณ “ช่อง 40 เมตร” รวมถึงข่าวการปิดล้อมหรือกดดันจากฝ่ายทหารประเทศเพื่อนบ้าน โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

วัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับโครงการก่อสร้างถนนเลียบแนวชายแดน มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พัฒนาเส้นทางคมนาคม และยกระดับการเชื่อมต่อพื้นที่ ตั้งแต่หลักเขตที่ 1 ถึงหลักเขตที่ 14 ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ไปจนถึงด่านช่องจอม เพื่อเสริมศักยภาพด้านคมนาคมและเศรษฐกิจชายแดนในระยะยาว

ข้อสรุปจากกองทัพภาคที่ 2

กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยการประสานงานหรือการพูดคุยในบางพื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันความเข้าใจผิด ลดความตึงเครียด และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง อันจะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศ