เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้เปิดเผยรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ หมู่ 1 ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อคืนวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีชาวบ้าน 2 คน ได้แก่ นายอภิรักษ์ (อู๊ด) บุตรเพชร อายุ 64 ปี และนายประยูร บุญค้ำ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 6-8 คน ยิงปืนไล่ขณะที่กำลังหาของป่าหรือจับอึ่งในพื้นที่ดังกล่าว
รายละเอียดเหตุการณ์
นายอภิรักษ์และนายประยูรได้ชักชวนกันไปหาของป่าบริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ โดยได้จอดรถจักรยานยนต์สองคันไว้และเดินหาของป่าโดยรอบ ขณะที่กำลังหาของป่า ทั้งสองคนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษากัมพูชา จึงหยุดและมองเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมดวงไฟประมาณ 2-3 ดวง ด้วยความหวาดกลัวว่าอาจเป็นทหารกัมพูชา ทั้งสองจึงวิ่งหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ในป่า ระหว่างหนีได้เห็นแสงไฟฉายเคลื่อนที่ตามมา จึงดับไฟฉายและซ่อนตัว พร้อมกับได้ยินเสียงคล้ายปืนจำนวน 1 นัด หลังจากพ้นแนวป่าแล้ว ทั้งสองได้โทรศัพท์ให้ผู้ใหญ่บ้านมารับ และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยประมาณ 23.00 น.
การดำเนินการของกองทัพภาคที่ 2
กองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ประสานงานกับกำนัน เข้าพบปะนายอภิรักษ์เพื่อสอบข้อมูลเบื้องต้น และนำฝ่ายความมั่นคงเข้าชี้จุดที่พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ หลังจากนั้นได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเข้าพื้นที่ตามที่ชาวบ้านให้ข้อมูล เพื่อนำรถจักรยานยนต์คืนให้ชาวบ้าน โดยเมื่อเข้าพื้นที่พบรถจักรยานยนต์ทั้งสองคัน จึงดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและส่งคืนให้ชาวบ้านเรียบร้อย
สาเหตุที่เป็นไปได้
จากข้อมูลด้านความมั่นคงในพื้นที่ พบว่าบริเวณดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบกระทำผิดกฎหมายชายแดน เช่น การลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จึงมีความเป็นไปได้ว่าชาวบ้านอาจเข้าไปใกล้บริเวณที่กลุ่มผู้กระทำผิดใช้เคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว หรืออาจเป็นทหารกัมพูชาที่เดินเข้ามาหาของกินในพื้นที่เนื่องจากความอดอยาก
มาตรการเพิ่มเติม
กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เพิ่มมาตรการป้องกันและการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งข่าวสารให้ทางราชการทราบ



