เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยรัฐบาลก็เดินหน้าในเรื่องนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ท้วงติงไปในช่วงแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าไม่ได้ระบุถึงประเด็นการพูดคุย อีกทั้งยังได้มีการระบุถึงการรายงานในสภาความมั่นคงในการนำเสนอนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งติงถึงน้ำหนักที่ให้กับเรื่องนี้น้อยลง ทั้งที่จริงแล้วถือเป็นกระบวนการที่มีโอกาสมากที่สุดในการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการตั้งคณะเจรจา
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การตั้งคณะเจรจาพูดคุยไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล ซึ่งการเป็นพลเรือนก็มีส่วนช่วย แต่ก็มีข้อสังเกตไปแล้วว่าการทำงานด้านการข่าวต้องสร้างความมั่นใจหรือไว้วางใจในกระบวนการพูดคุยให้ดี เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดความหวาดระแวงกันมักจะกังวลในฝ่ายความมั่นคง และกังวลว่าการพูดคุยเป็นการไปหาข่าว ทั้งนี้จึงต้องระมัดระวังในจุดนี้
ข้อแนะนำสำคัญ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงสิ่งที่อยากเห็นคือการเริ่มทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศว่าการพูดคุยที่จะนำไปสู่ความสงบคือเรื่องการกระจายอำนาจว่าควรเป็นแบบไหน ซึ่งเงื่อนไขชัดเจนแล้วว่าอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นราชอาณาจักรที่แบ่งแยกไม่ได้ แต่การกระจายอำนาจหรือการจัดระบบจะทำอย่างไรให้ผู้ที่มีความหลากหลายอยู่กันอย่างกลมกลืน สามารถรักษาอัตลักษณ์ของตัวเอง นั่นคือหัวใจของความสงบ ดังนั้นหากมีข้อแนะนำ อยากให้คณะพูดคุยให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และให้ความมั่นใจว่าคนที่เข้ามาพูดคุยด้วยสามารถคุมสภาพในพื้นที่ได้ และมีการฉายภาพให้เห็นว่าจะเดินไปสู่อะไร มากกว่าการพูดคุยไปเหมือนกับว่าอยากให้มีความสงบ แต่ไม่ได้มีคำตอบที่จะได้ข้อยุติของกระบวนการนี้
สองเรื่องที่ต้องเร่งสะสาง
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ในพื้นที่เองมี 2 เรื่องที่ต้องเร่งสะสาง คือ เรื่องตัวคดีที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร สส. โดยเฉพาะเมื่อมีการจับกุมได้แล้ว ควรจะต้องมีการขยายผลไปถึงผู้บงการ และที่สำคัญที่สุดมีการตั้งคำถามถึงการใช้รถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์สินของราชการ และบุคลากรไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งต้องทำให้โปร่งใส ไม่เช่นนั้นจะเป็นเงื่อนไขที่สร้างความหวาดระแวง ขณะเดียวกันอีกหนึ่งปัญหาที่มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอกับผู้เห็นต่างแม้กระทั่งกับสื่อมวลชนถือว่าไม่เป็นผลดี มีแต่จะสร้างความขัดแย้งและความเกลียดชังมากยิ่งขึ้น



