สว.สำรองยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เรียกร้องให้เลือกตั้งโมฆะ เหตุบัตรเลือกตั้งมี QR Code-บาร์โค้ด
สว.ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เรียกร้องเลือกตั้งโมฆะ เหตุบัตรมี QR Code (19.02.2026)

สว.สำรองยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เรียกร้องให้เลือกตั้งโมฆะ เหตุบัตรเลือกตั้งมี QR Code-บาร์โค้ด

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกรณีการจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีการพิมพ์ QR Code และบาร์โค้ดลงบนบัตร โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ นายอัครวัฒน์เปิดเผยว่า ในนาม สว.สำรอง ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม ความถูกต้อง และความสุจริต ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ นายอัครวัฒน์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองแล้ว ตามคดีดำหมายเลข 306/2569 ซึ่งศาลได้รับคำร้องและอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย เขาระบุว่า กกต. ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งควรตระหนักว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ควรเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส แต่กลับเกิดข้อกังขา

ประเด็นหลักในการยื่นร้องและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ประเด็นหลักที่ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน คือ การใส่ QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเห็นว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจ และอาจละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ โดยระบุว่าเมื่อมีรหัสกำกับบนบัตร อาจกระทบต่อความลับของผู้ลงคะแนน และทำให้บัตรดังกล่าวเป็น “บัตรเสีย” ไม่สามารถนำไปนับคะแนนได้ พร้อมทั้งร้องในประเด็นละเมิดสิทธิพลเมือง โดยเห็นว่า กกต. ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายอัครวัฒน์เผยอีกว่า หากบัตรเลือกตั้งถือเป็นบัตรเสีย การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเข้าข่ายเป็นโมฆะ แต่การวินิจฉัยเป็นอำนาจขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยมีคำแนะนำว่ากระบวนการต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินและส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณการเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท หากต้องจัดเลือกตั้งใหม่อาจใช้งบเพิ่มอีกจำนวนมาก

  • เปรียบเทียบความคุ้มค่าของงบประมาณกับการจัดกิจกรรมอื่นของรัฐ
  • ตั้งคำถามถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการทุจริต เช่น สแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์
  • เชื่อว่าคุ้มค่ากว่าหากปล่อยให้กระบวนการที่ไม่โปร่งใสดำเนินต่อไป

ความเชื่อมโยงกับกระบวนการเลือก สว. และผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ

นายอัครวัฒน์ยังเชื่อมโยงว่าปัญหาครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยมองว่าหากการเลือกตั้งไม่โปร่งใส จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการยื่นร้องครั้งนี้ไม่ใช่การสกัดพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะพรรคสีน้ำเงิน แต่มองว่าเป็นความผิดพลาดของ กกต. และย้ำว่าสนับสนุนให้มีรัฐบาลต่อเนื่อง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการเลือก สว. การพิจารณาของคณะอนุวินิจฉัยชุด 36 นายอัครวัฒน์ระบุว่า ได้มีการขยายเวลาพิจารณาครั้งที่สอง หลังครบกำหนดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงตั้งคำถามถึงความล่าช้า และตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสรรหา กกต. เพิ่มเติมอีก 2 คน ขณะเดียวกันยังได้พาดพิงถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าเป็นสารตั้งต้นตัวปัญหา ที่ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลาง และตั้งคำถามถึงการวางตัวของ กกต. ในการใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเอง

นายอัครวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “ฝากไปถึงข้าราชการท่านหนึ่งว่า อย่าเร่งอยากเป็นผู้ว่าฯ จนตัวสั่น ไปเปรียบเทียบ QR Code และบาร์โค้ดกับลอตเตอรี่ นายเขาเห็นแล้ว ไปบ่อยๆ เขากระโดง ท่านอาจจะได้เป็นผู้ว่าฯ เร็วๆ นี้ แต่อย่าลืมการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง เขาจะเอาไปตรวจงานที่ปัตตานี เขารออยู่ ฝากถึงท่านรองผู้ว่าฯ จังหวัดไหนก็ไม่รู้”