กรมคุมประพฤติชี้แจงเงื่อนไขพักโทษทักษิณ ติดกำไล EM รายงานตัว 3 วัน
กรมคุมประพฤติชี้แจงเงื่อนไขพักโทษทักษิณ ติดEM รายงานตัว3วัน

วันนี้ (11 พ.ค. 2569) กรมคุมประพฤติได้ออกมาชี้แจงกรณีการพักการลงโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระบุว่า นายทักษิณจะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไล EM ทันทีที่ได้รับการปล่อยตัว และต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติภายใน 3 วัน

รายละเอียดการพักโทษและเงื่อนไข

กรมคุมประพฤติเปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ได้แจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร โดยนับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป และจะพ้นโทษพร้อมพ้นจากการพักการลงโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569

พนักงานคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับเรือนจำที่ปล่อยตัว ได้ดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ให้แก่นายทักษิณทันที หลังจากนั้นนายทักษิณจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เงื่อนไข 11 ข้อที่ต้องปฏิบัติระหว่างพักโทษ

ในระหว่างการพักการลงโทษ นายทักษิณจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษ โดยมีรายละเอียดดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะ ต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน
  2. ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับนั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
  3. ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป
  4. ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้ง
  5. ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ
  6. ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย
  7. ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด
  8. ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด
  9. ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก
  10. เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) – ไม่มี
  11. ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากหนังสือสำคัญพักการลงโทษสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับฉบับแทน ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญดังกล่าว พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้

ทั้งนี้ หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ พิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษต่อไป

กรมคุมประพฤติยืนยันว่า ผู้ได้รับการพักการลงโทษได้เข้ารายงานตัวและรับทราบเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว