พรรคประชาชนยื่นฟ้อง กกต. 9 คน ฐานจัดเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม
วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้เดินทางมายื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขอให้ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งหมด 9 คน โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วยกรรมการ กกต. 7 คน, นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง
ข้อกล่าวหาหลักและเหตุผลในการฟ้องร้อง
การฟ้องร้องในครั้งนี้มีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในข้อหาละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, พรบ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 96 ประกอบกับมาตรา 164 สืบเนื่องจากกรณีสำคัญสองประการที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่าสุด
- กรณีบัตรเลือกตั้งตรวจสอบย้อนกลับได้: มีการยอมรับว่าบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งอาจกระทบต่อความลับและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สิทธิ์
- กรณีบัตรเลือกตั้งไร้รหัสต้นขั้ว: ในการลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในบางเขตเลือกตั้งพบว่าบัตรเลือกตั้งไม่มี "รหัสต้นขั้ว" ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการตรวจสอบความถูกต้อง
ทั้งสองกรณีนี้ถูกมองว่าอาจส่งผลต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงเปิดช่องโหว่ให้เกิดความไม่โปร่งใสได้ โดยในหนังสือคำร้องได้ระบุรายชื่อ นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ในฐานะ "ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" ซึ่งเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย
ผลกระทบและขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการระบุว่าความบกพร่องในการจัดเลือกตั้งดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองในด้านค่าใช้จ่ายหาเสียงด้วย โดยนายแพทย์วาโยได้ยืนยันว่าการออกมาใช้สิทธิ์ครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อล้มการเลือกตั้ง แต่เพื่อเรียกร้องความถูกต้องเที่ยงธรรม
สำหรับกรณีที่ กกต. ได้ไปแจ้งความเอาผิดกับภาคประชาชนในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น นายแพทย์วาโยมองว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่จำเป็น และเตรียมที่จะนำประเด็นนี้เพิ่มเติมในสำนวนคำร้องภายในระยะเวลา 15 วัน ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำสั่งในวันที่ 24 มีนาคมนี้
หากศาลรับฟ้องคดี นายแพทย์วาโยในฐานะโจทก์จะขออำนาจศาลเรียกบุคคลและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนมูลฟ้อง เช่น นายวิษณุ เครืองาม ผู้แทนบริษัทที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 ใบ, กรรมการผู้จัดการของบริษัท, เอกสาร TOR และสัญญาจ้าง ตลอดจนรายงานการประชุมทุกครั้งของ กกต. หลังประกาศยุบสภา เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวน
บริบทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า กกต. กำลังเร่งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ซึ่งมีผู้ได้รับเลือกตั้งแล้ว 396 คน และจะรับใบรับรองในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีเสียงแนะนําว่าควรตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนประกาศผล
นอกจากนี้ ยังมีการจับตาดู ประธาน กกต. ซึ่งไม่ปรากฏตัวต่อสื่อมานานกว่า 1 สัปดาห์ รวมถึงกรณีที่ กกต. แจ้งความกับภาคประชาชนในประเด็นการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดและความซับซ้อนในกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้



