นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad ถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ระบุจะฟ้องสื่อและผู้วิจารณ์กรณีที่ดินอื้อฉาวเขากระโดง ในหัวข้อ “อย่าใช้กฎหมายปิดปากปมเขากระโดง” มีสาระสำคัญว่า การที่นายศุภชัยประกาศกร้าวจะดำเนินคดีแบบกราวรูดกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ดินเขากระโดง โดยอ้างว่าทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหายนั้น ในทางการเมือง นี่คือการตอกย้ำให้สังคมเห็นถึงสายสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันอย่างแยกไม่ออก ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับตระกูลชิดชอบ
บิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย
ในทางกฎหมาย การที่นายศุภชัยอ้างว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนะคดีผู้บุกรุก 35 ราย ไม่มีผลผูกพันกับผู้ถือครองโฉนดที่ดินอีก 995 แปลง ซึ่งรวมถึงที่ดินของตระกูลชิดชอบ ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอย่างจงใจ เพราะนอกจากคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ยังมีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ซึ่งถึงที่สุดแล้ว วางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดแจ้งว่า ที่ดินเขากระโดงเนื้อที่ 5,083 ไร่เศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. ตาม พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟและทางหลวง ร.ศ. 139 หรือ พ.ศ. 2464 ที่ดินบริเวณนี้จึงไม่อาจนำไปออกเอกสารสิทธิให้บุคคลใดได้อีก
ศาลปกครองชี้ขาดอำนาจเพิกถอนโฉนด
ที่สำคัญ ศาลปกครองได้ชี้ขาดว่า อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่ง “เพิกถอน” โฉนดที่ออกโดยมิชอบได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเตะถ่วงให้ รฟท. ต้องไปไล่ฟ้องขับไล่ราษฎรทีละรายต่อศาลแต่อย่างใด
ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฟ้องปิดปาก
การที่นายศุภชัยใช้สถานะนักกฎหมายข่มขู่ประชาชนและสื่อมวลชนที่ตั้งคำถาม ถือเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการ “ฟ้องปิดปาก” เพื่อสร้างความหวาดกลัว ซึ่งพฤติการณ์เช่นนี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับเจตนารมณ์ของศาลยุติธรรม โดยเฉพาะคำแนะนำล่าสุดของประธานศาลฎีกา ที่ได้เน้นย้ำถึงการป้องกันและสกัดกั้นการดำเนินคดีในลักษณะฟ้องปิดปากเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการตรวจสอบประเด็นสาธารณะ
นายศุภชัยอาจลืมไปว่า พรรคภูมิใจไทยและตระกูลชิดชอบคือ “บุคคลสาธารณะ” ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามหลักการติชมด้วยความเป็นธรรม
ท้าชนและเสนอว่าความให้ทั่วไทย
ด้วยเหตุนี้ นายเชาว์จึงขอประกาศจุดยืนว่า หากประชาชนหรือสื่อมวลชนท่านใดออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ทวงคืนที่ดินเขากระโดงอันเป็นสมบัติของชาติ บนหลักการติชมด้วยความเป็นธรรม แล้วถูกนายศุภชัยหรือตัวแทนพรรคฟ้องร้องเพื่อหวังปิดปาก ตนยินดีที่จะเป็นทนายความว่าความให้ทั่วประเทศ “เราจะไม่ยอมให้ใครนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือปิดปากคนตรวจสอบ และใครที่คิดจะฟ้องคนอื่น ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่า มือสะอาดพอหรือยัง”



