สุรเชษฐ์ ย้อนวิวาทะฝายดินซีเมนต์ หลัง ป.ป.ช. ตรวจฝายพังยับที่พิจิตร
สุรเชษฐ์ ย้อนวิวาทะฝายดินซีเมนต์ หลัง ป.ป.ช. ตรวจฝายพัง

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ให้ความเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างฝายตามนโยบาย "1 ฝาย 1 ตำบล" ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ซึ่งพบว่าเป็นฝายปูนเปล่า พื้นบางเฉียบ ไร้คาน ไร้เหล็กเส้น และหลังสร้างเสร็จเพียง 2 เดือนก็พังยับเยิน

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวทำให้ตนนึกถึงวิวาทะเรื่อง "ฝายดินซีเมนต์" กลางสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 ซึ่งนับตั้งแต่ตนปฏิบัติหน้าที่ สส. มายอมรับว่าวันนั้นเป็นวันที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันสูงที่สุด เพราะสามารถเอาอ้อยออกจากปากช้าง ตัดงบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ส่อทุจริต และปกป้องเงินภาษีของประชาชนได้สำเร็จ

ฝายดินซีเมนต์: งบประมาณหากินของ สส. กลุ่มหนึ่ง

นายสุรเชษฐ์ ระบุว่า โครงการฝายดินซีเมนต์มีความชัดเจนว่าเป็นงบประมาณหากินของ สส. กลุ่มหนึ่ง ที่ปั้นโครงการขึ้นมาในลักษณะแจกเสื้อโหลที่มีขนาดสำเร็จรูป S/M/L ให้เลือก และเอื้อประโยชน์แจกจ่ายกันเฉพาะในกลุ่มพวกพ้องอย่างไม่โปร่งใส เมื่อมีการซักถามอย่างละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 2567 ก็ทำให้ตนมั่นใจว่าโครงการฝายดินซีเมนต์จำนวน 3,326 แห่งนั้น เกิดขึ้นมาเพื่อการหากินอย่างชัดเจน ไม่มีความคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุดคือหน่วยงานที่ขอตั้งงบประมาณยังไม่กล้ารับประกันผลงานของตัวเองเป็นเวลา 2 ปี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เสียงข้างมากในสภาฯ ตัดงบฯ สำเร็จ

นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเวลานั้นมีเพียง สส. กลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่พยายามรับประกันด้วยวาจา โม้ว่าฝายจะคงอยู่ได้ 3 ปีบ้าง 5 ปีบ้าง หรือบางคนถึงกับบอกว่าจะมีความคงทนถาวร ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงที่หน่วยงานเจ้าของงบประมาณไม่กล้าเซ็นรับประกันผลงานแม้เพียง 2 ปี สุดท้ายสภาผู้แทนราษฎรโดยเสียงข้างมากก็ยอมลงมติให้ตนและพรรคก้าวไกลในขณะนั้นตัดงบประมาณก้อนนี้ออกไปได้สำเร็จ แม้ว่าพวกตนจะเป็นเสียงข้างน้อยก็ตาม นับเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดที่ฝ่ายค้านสามารถตัดลดได้สำเร็จ โดยช่วยประหยัดเงินภาษีให้กับประเทศชาติสูงถึง 1,254,713,000 บาท

ท้ารัฐบาลกล้ารับประกันผลงาน 2 ปี

นายสุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงแม้ฝายที่ปรากฏในข่าวล่าสุดของ อบจ.พิจิตร จะเป็นคนละชนิดและคนละแห่งกัน แต่โดยหลักการแล้วมีความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นที่ข้าราชการไม่กล้ายืนยันรับประกันผลงาน ซึ่งด้วยข้อเท็จจริงที่ตนเคยประกาศกลางสภาฯ ไปแล้ว หากรัฐบาลมีความมั่นใจว่าโครงการฝายดินซีเมนต์ดีจริง ก็สามารถใช้งบกลางหรือตั้งงบประมาณรายจ่ายในปีต่อไปเพื่อจัดสร้างฝายทั้ง 3,326 แห่งในรูปแบบเดิม และทำในสถานที่เดิมได้เลย เพียงแต่ขอเงื่อนไขเดียวคือหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องกล้าลงนามรับประกันผลงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อเป็นหลักประกันความคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชนไม่ให้สูญเปล่า