ศุภมาสแจงช่างหนึ่งเบี้ยวนัด สคบ. สั่งออกหมายเรียกซ้ำเร่งเอาผิด
ศุภมาสแจงช่างหนึ่งเบี้ยวนัด สคบ. สั่งออกหมายเรียกซ้ำ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือ 'ช่างหนึ่ง' ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก 'หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน' ภายหลัง สคบ. ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปรากฏว่า นายเกรียงไกร ไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย ขณะที่มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำจำนวน 40 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ สคบ. จึงต้องออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มาแสดงตัวอีกครั้ง

รัฐมนตรีสั่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า 'ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่มาแสดงตัวจะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนี้ สคบ. ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งแทนผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) อีกทางหนึ่ง'

สอบเส้นทางการเงินและกำหนดโทษ

นางสาวศุภมาสกล่าวต่อว่า สคบ. ได้ยื่นขอสอบเส้นทางการเงินจากธนาคาร โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน สำหรับบทกำหนดโทษกรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดในส่วนของโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไทม์ไลน์การดำเนินคดีของ สคบ. กับผู้ถูกกล่าวหา จะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คดีบริษัทโมเดิร์นเทจ

นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณี บริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีรับเหมาก่อสร้างบ้านว่า ในส่วนของการดำเนินคดีทางแพ่ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติครั้งที่ 5/2568 ให้ดำเนินคดีแล้ว จำนวน 1 ราย ต่อมามีผู้บริโภคร้องทุกข์เข้ามาเพิ่มเติมประมาณ 60-70 ราย แต่ปรากฏว่าบริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง สคบ. จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามขั้นตอนต่อไป ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา สคบ. ได้ส่งเรื่องไปที่ บก.ปคบ. จำนวน 90 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวน และในส่วนของ สคบ. เอง ได้ส่งเปรียบเทียบความผิดไปแล้วจำนวน 2 คดี

ข้อแนะนำสำหรับประชาชน

ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการต่างๆ ในโลกออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสิ่งที่จะได้รับนั้นตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบประวัติของผู้รับเหมาและบริษัทก่อนทำสัญญา และไม่ควรจ่ายเงินมัดจำเป็นก้อนใหญ่ล่วงหน้าเกินสัดส่วนของงาน หากพบการกระทำความผิด สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด