กกต.ยันไม่รับรอง 'พิธา' เป็น ส.ส. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
กกต.ยันไม่รับรอง 'พิธา' เป็น ส.ส. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่ประชุมใหญ่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) แต่ กกต. ยังคงยืนยันมติเดิมที่ไม่รับรองนายพิธาเป็น ส.ส. เนื่องจากยังมีประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามอื่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

กกต.ชี้แจงเหตุผลไม่รับรอง

กกต. ระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลเฉพาะกรณีการถือหุ้นไอทีวีเท่านั้น แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงคุณสมบัติต้องห้ามอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กกต. ยังคงต้องดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการกระทำอันต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

ประเด็นสำคัญที่ยังต้องตรวจสอบ

  • การกระทำที่อาจเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 42 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
  • การฝ่าฝืนข้อห้ามเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง
  • การแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อ กกต.

กกต. ย้ำว่าการไม่รับรองนายพิธาเป็น ส.ส. นั้นเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด และเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง โดย กกต. จะเร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีเจตนากระทำผิด และพร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต. ในการตรวจสอบทุกประเด็น

ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคก้าวไกลเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติของ กกต. ที่ไม่รับรองนายพิธา โดยอ้างว่าการกระทำของ กกต. อาจเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อการเมือง

นักวิชาการมองว่าการตัดสินของ กกต. ในครั้งนี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมือง หากไม่สามารถหาข้อยุติที่ชัดเจนได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ กกต. ยังคงมีเวลาดำเนินการตรวจสอบตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด คาดว่าจะมีคำชี้ขาดในอีกไม่เกิน 30 วัน