พรรคประชาชนเปิดตัวอิทธิวัฒน์ชิงนายกเมืองพัทยา ชูนโยบายโปร่งใส-น้ำประปาทั่วถึง
พรรคประชาชนเปิดตัวอิทธิวัฒน์ชิงนายกเมืองพัทยา

พรรคประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ได้จัดเวทีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร พร้อมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา หรือ สม. ครบทั้ง 24 คน ที่ลานด้านหลังโซโหทาวน์ พัทยาสาย 2 ซอย 1 จังหวัดชลบุรี

นายณัฐพงษ์ชวนคนพัทยาตัดสินใจเลือกอนาคต

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเมืองพัทยาในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 จะเป็นโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจว่าเมืองแห่งนี้จะเป็นของทุกคนหรือของคนบางกลุ่ม ปัจจุบันพัทยาเผชิญปัญหาเศรษฐกิจสีเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการต่างถิ่นแย่งงานคนในพื้นที่ และผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พรรคสีส้มได้รับโอกาสจากคนพัทยาในการเลือกตั้งระดับชาติ ทุก สส.เขตชลบุรีของพรรคอยู่ในพื้นที่พัทยา และได้ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และการตรวจสอบกองทุนประกันสังคม

อย่างไรก็ตาม โอกาสในการบริหารเมืองพัทยายังไม่เคยได้รับจากคนพัทยา นายณัฐพงษ์เชื่อว่าประสบการณ์และนโยบายที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับผู้สมัครทั้ง 24 คนที่รู้จักพัทยาดี จะสามารถใช้งบประมาณปีละกว่า 2,400 ล้านบาทเพื่อพัฒนาพัทยาให้ดีขึ้นได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อิทธิวัฒน์เผยแรงจูงใจลงสมัคร

นายอิทธิวัฒน์ กล่าวว่า การตัดสินใจลงสมัครนายกเมืองพัทยาเกิดจากการเห็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข แม้งบประมาณจะได้รับอนุมัติแล้วก็ตาม ภาพพัทยาในโฆษณาสวยงาม แต่ชีวิตจริงกลับแตกต่าง น้ำท่วม ฟุตบาทพังไม่มีคนซ่อม สิ่งเหล่านี้เกิดจากการบริหารที่เอื้อประโยชน์แก่คนบางกลุ่ม งบประมาณ 2,400 ล้านบาทไม่ถูกใช้แก้ปัญหาอย่างแท้จริง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายอิทธิวัฒน์เสนอ 4 นโยบายหลัก ได้แก่ 1) ความโปร่งใสของงบประมาณ ตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ 2) เพิ่มพื้นที่ค้าขายไร้ส่วย 3) น้ำประปาทั่วถึงเท่าเทียม โดยเฉพาะเกาะล้านที่ต้องซื้อน้ำราคา 70 บาทต่อยูนิต ขณะที่ฝั่งพัทยาจ่ายเพียง 20 บาท 4) ศูนย์เลี้ยงเด็ก 24 ชั่วโมงสำหรับพ่อแม่ที่ทำงานกะดึก นโยบายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ 37 นโยบายที่เกิดจากการรับฟังปัญหา

ธนาธรชูโมเดลลำพูนพลิกโฉมพัทยา

นายธนาธร กล่าวว่า เป้าหมาย "พัทยาเพื่อทุกคน" ต้องการดูแลทั้งคนในและคนนอกให้ประทับใจ ยกตัวอย่างศูนย์เด็กเล็กที่เปิดทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งเคยทำร่วมกับ อบต.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังเน้นนโยบายขนส่งสาธารณะ โดยจะทำงานร่วมกับผู้ประกอบการสองแถวเพื่อให้มีเส้นทางครอบคลุมทั่วพัทยา พร้อมป้ายรถเมล์มาตรฐาน ซึ่งประสบความสำเร็จแล้วที่ อบจ.ลำพูน

นโยบายอื่นๆ ที่จะนำมาใช้

นายธนาธรยังกล่าวถึงการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นเมืองเดินได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจสองข้างทาง พัฒนาศูนย์เยาวชนพื้นที่ 50 ไร่ที่ถูกทิ้งร้างให้เป็นพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน รวมถึงการใช้ TeleHealth ให้ อสม. ตรวจสัญญาณชีพและส่งข้อมูลผ่านคลาวด์ เพื่อลดการเดินทางไปโรงพยาบาล นอกจากนี้จะลงทุนสนามกีฬาให้เพียงพอและใช้ฟรี พัฒนาย่านด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ เช่นเดียวกับลำพูนที่จัดงานผ้าฝ้ายดอนหลวง ยอดขายเพิ่มจาก 40 ล้านบาทเป็น 80 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีโครงการ "เปย์ลำพูน" ใช้ดิจิทัลโทเค็นดึงรายได้ให้ร้านค้าขนาดเล็กกว่า 400 ร้าน รวมกว่า 5 ล้านบาท ความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญ โดยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างจะอยู่บนเว็บไซต์ให้ประชาชนตรวจสอบได้ ซึ่งทำให้ อบจ.ลำพูนซื้อของต่ำกว่าราคากลางถึง 26.7% สูงที่สุดในประเทศไทย

นายธนาธรทิ้งท้ายว่า หากพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยาและ สม. จะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อผลักดันความเจริญก้าวหน้าให้พัทยา อนาคตของเมืองขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกคน