เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ารับยื่นหนังสือจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเป็นหลักฐานเพื่อประกอบคำร้องให้กับพรรคฝ่ายค้านต่อการยื่นศาลฎีกาเพื่อตั้งกรรมการอิสระไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังมีมติยกคำร้องในคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน โดยซุกหุ้นเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
พริษฐ์ เผยความคืบหน้าการรวบรวมเสียงสนับสนุน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ฝ่ายค้านอยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง ตั้งใจจะทำให้เสร็จในเดือน พ.ค. นี้ ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาแจ้งจะร่วมลงชื่อเกิน 140 เสียงแล้ว คือเป็น สส.พรรคประชาชน 119 คน พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน พรรคไทยภักดี 1 คน และ สว.อีกราว 10 คน โดยคำร้องยังรอข้อมูลประกอบ อาทิ รายละเอียดของ ป.ป.ช. ที่ดำเนินการในคดีนายศักดิ์สยามทุกขั้นตอน รวมถึงคำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม ถ้าหากมี
3 ปมพิรุธที่ ป.ป.ช. ต้องชี้แจง
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ก่อนหน้านี้ ย้ำ 3 ปมพิรุธที่ ป.ป.ช. ต้องแจงสังคม ดังนี้
- ประเด็นที่ 1: ข้อเท็จจริงที่ศาลรัฐธรรมนูญนำมาพิจารณาถึงเส้นทางการเงิน คดีของนายศักดิ์สยาม แต่ไม่พบว่า ป.ป.ช.ได้นำเอกสารนี้มาพิจารณา และไม่มีข้อสรุปต่อกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือ ซุกหุ้นตามที่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนทำให้นายศักดิ์สยามต้องพ้นตำแหน่งรัฐมนตรี
- ประเด็นที่ 2: การตรวจสอบทุกประเด็น ทุกข้อกล่าวหาตามคำร้อง ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แต่กลับไม่พบการดำเนินการ
- ประเด็นที่ 3: กระบวนการของ ป.ป.ช. ตั้งแต่รับคำร้อง การไต่สวนตามกระบวนการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบความผิดวิสัยที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ร้อง ไม่เคยได้รับการติดต่อ จนมารู้ว่า ป.ป.ช.ยกคำร้องพร้อมกับสื่อมวลชน
ข้อกังขาต่อกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ชี้แจงกระบวนการสอบสวนไต่สวนในคดีนี้ เพราะสงสัยว่า ป.ป.ช.อาจจะยกคำร้องก่อนที่จะได้มีการสอบสวนไต่สวน ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 51 การไต่สวนเรื่องใดที่สำคัญ มีผลกระทบกว้างขวาง หรือเป็นการไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ป.ป.ช. ต้องแต่งตั้งกรรมการไต่สวน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่า ป.ป.ช.ไต่สวนเอง หรือตั้งกรรมการไต่สวน และในคำแถลงการณ์ของ ป.ป.ช. ก็ไม่ปรากฏรายละเอียดคำว่าไต่สวนแม้แต่คำเดียว หรือ ป.ป.ช.อาจใช้ช่องมาตรา 49 เพื่อปัดตกข้อกล่าวหานี้จากการพิจารณาเบื้องต้น ตนจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ไต่สวน มีเพียงการพิจารณาเบื้องต้น แล้วปัดตกข้อกล่าวหานี้ ทั้งที่ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ระบุชัดว่า หาก ป.ป.ช. ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่รับไว้พิจารณา ต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้กล่าวหา คือ นายปกรณ์วุฒิ ได้รับทราบ แต่ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยได้รับหนังสือจาก ป.ป.ช. ถือเป็นข้อพิรุธที่ ป.ป.ช. ต้องชี้แจงสังคมให้ชัดเจน
ทนายอั๋น เตรียมรวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อ
เมื่อถามว่า จากข้อพิรุธนี้ จะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ทบทวนการพิจารณาคดีนายศักดิ์สยามหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการได้ แต่ในชั้นนี้ ก็ไม่ทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นหายไป หรือเป็นเหตุให้การเดินหน้าตามมาตรา 236 ต้องยุติลง
ขณะที่นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะภาคประชาชน ตนจะรวบรวมเสียงของพี่น้องประชาชน จำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อร่วมดำเนินการเอาผิด ป.ป.ช. ในกรณียกคำร้องของนายศักดิ์สยามเช่นกัน และได้เตรียมดำเนินการแล้ว และหวังว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะไม่ดึงเรื่องดังกล่าวไว้



