“อรรถวิชช์” เสนอแนวคิดสุดเจ๋ง เปลี่ยนแท่นขุดเจาะน้ำมันร้างเป็นคุกกลางทะเล
“อรรถวิชช์” เสนอเปลี่ยนแท่นขุดเจาะร้างเป็นคุกกลางทะเล

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายในญัตติพิจารณาศึกษาเรื่องความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง โดยเสนอแนวทางนวัตกรรมใหม่ในการจัดการระบบราชทัณฑ์เพื่อแก้ปัญหาความแออัดที่เรื้อรังมานาน โดยเสนอทางเลือกใหม่ในการจัดการกับผู้ต้องขังคดีสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม “จีนเทา” และ “นักโทษ VIP” ที่มักถูกครหาว่าได้รับสิทธิพิเศษ โดยเสนอให้ปรับปรุง “แท่นขุดเจาะน้ำมันร้าง” มาทำเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง (SuperMax)

แนวคิดการใช้แท่นขุดเจาะร้างเป็นเรือนจำ

นายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีแท่นขุดเจาะน้ำมันที่หมดสัมปทานและยังไม่ได้รื้อถอนเหลืออยู่ถึง 60 แท่น จากทั้งหมด 190 แท่น ปกติบริษัทเอกชนต้องจ่ายงบประมาณรื้อถอนหลายร้อยล้านบาทต่อแท่น รัฐสามารถนำงบส่วนนี้มาดัดแปลงเป็นเรือนจำได้ทันที แท่นขุดเจาะเพียง 1 แท่น สามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 300 คน ตัดขาดการติดต่อจากภายนอกและยากต่อการแหกคุก

“เราไม่จำเป็นต้องสร้างเรือนจำใหม่บนบกให้สิ้นเปลืองพื้นที่ แต่การใช้แท่นขุดเจาะร้างคือการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาบริหารจัดการใหม่ให้เกิดความมั่นคงสูงสุดและแก้ปัญหาเส้นสายภายในเรือนจำได้จริง” ดร.อรรถวิชช์กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัญหาเรือนจำแออัดและแนวทางแก้ไข

ดร.อรรถวิชช์ยังกล่าวถึงภาวะแออัดในเรือนจำกรุงเทพฯ ที่เกินรับไหว โดยเฉพาะในแดนแรกรับที่เป็นกลุ่มผู้ต้องหาระหว่างพิจารณาคดี จึงเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อ “ปรับปรุงของเดิม” มากกว่าการสร้างใหม่ และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) ช่วยลดจำนวนคนได้ส่วนหนึ่ง แต่หัวใจสำคัญคือการบริหารพื้นที่ในเรือนจำให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวได้รับการตอบรับจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคน โดยเห็นว่าเป็นนวัตกรรมที่ควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อลดปัญหาความแออัดและแก้ไขปัญหาสิทธิพิเศษในเรือนจำไทย