วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคประชาชน (ปชน.) ในหลายประเด็นสำคัญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่พรรคจะต้องไม่ลืมจุดกำเนิดของตนเอง
ประเด็นสำคัญจากปิยบุตร
นายปิยบุตรระบุว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันของพรรคไม่ควรเป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือการแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่นเท่านั้น แต่ต้องไม่เป็นเพียงการแฉรายวันหรือรายสัปดาห์เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองมีชื่อเสียงโด่งดัง อีกทั้งต้องไม่เป็นเพียงกระบอกเสียงให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหวหรือประชาชนที่ถูกรีดไถเท่านั้น
การขยายประเด็นโครงสร้าง
ปิยบุตรชี้ให้เห็นว่าพรรคต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่างทุน นักการเมือง และราชการ ซึ่งโยงใยไปถึงยอดพีระมิดและการกินรวบประเทศ หากพรรคไม่ทำภารกิจเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป
ความแตกต่างจากพรรคอื่น
นายปิยบุตรกล่าวว่า หากพรรคกลายเป็นเพียงที่รวมตัวของคนที่ต้องการทำงานการเมือง อยากใช้ความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนาประเทศ นักการเมืองของพรรคก็จะแปรสภาพเป็นนักเลือกตั้งที่เอาชนะเลือกตั้งได้สม่ำเสมอ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็จะกลายเป็นเทคโนแครตที่ปะผุซ่อมแซมเฉพาะจุดที่ตนเองถนัด ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่น เพียงแต่มีรูปโฉมที่ดูสดใสใหม่กว่าเท่านั้น
การหลอมรวมความคิด
ปิยบุตรย้ำว่าการหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง พรรคต้องถกเถียงกันถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค และพิจารณาร่วมกันว่าเหตุเหล่านี้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง หากคำตอบร่วมกันคือสถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ก็ควรละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย แต่หากคำตอบยังยืนยันว่าสภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทยยังคงเหมือนเดิมหรือเลวร้ายกว่าเดิม พรรคก็ต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์นี้ให้สำเร็จ



