สมชัย บุก กกต. ทวงเอกสารบัตรเลือกตั้ง 69 จี้ปมบาร์โค้ดโยงสิทธิส่วนบุคคล
สมชัยบุกกกต.ทวงเอกสารบัตรเลือกตั้ง69จี้ปมบาร์โค้ดโยงสิทธิส่วนบุคคล

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ "ดร.เรือบิน" ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อยื่นหนังสือขอให้เปิดเผยข้อมูลเอกสารจำนวน 20 รายการ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีการใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ประเด็นดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าอาจใช้สืบย้อนกลับไปยังตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

สมชัยต้องการความชัดเจนจาก กกต.

นายสมชัยกล่าวว่า ต้องการความชัดเจนถึงที่มาของมติ กกต. ที่สั่งให้มีรหัสดังกล่าวบนบัตรเลือกตั้ง รวมถึงระเบียบ คำสั่ง และเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง หรือทีโออาร์ ว่ามีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไร หากตรวจสอบแล้วไม่พบในมติหรือทีโออาร์ จะเกิดคำถามทันทีว่า กกต. ใช้อำนาจใดในการดำเนินการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน นายสมชัยยังระบุว่า ยินดีหากศาลรัฐธรรมนูญจะนำข้อเท็จจริงนี้ไปประกอบการพิจารณาตรวจสอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา

เตรียมฟ้องกลับ กกต. ข้อหาหมิ่นประมาท

นายสมชัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าในกรณีที่ กกต. เคยยื่นฟ้องตนและพวกในข้อหาหมิ่นประมาทว่า ผ่านมาแล้วกว่า 3 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการออกหมายเรียกจากกองปราบปราม อย่างไรก็ตาม การที่มีรายชื่อผู้ถูกฟ้องหลุดออกมาสู่สาธารณะกลับสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและการประกอบอาชีพอย่างมาก ดังนั้น ในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ตนและทีมงานจะเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปราม เพื่อยื่นฟ้องกลับ กกต. และคณะรวม 10 คน ในข้อหาหมิ่นประมาท เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของตนเองต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง

กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง เนื่องจากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจถูกนำไปใช้ในการสืบหาตัวผู้ลงคะแนน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง การดำเนินการของนายสมชัยในครั้งนี้จึงเป็นการเรียกร้องให้ กกต. มีความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้

การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ

นายสมชัยและทีมงานยืนยันว่าการฟ้องกลับครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงและอาชีพ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำที่อาจผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิของประชาชน การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้อาจยืดเยื้อ แต่พวกเขาจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม