กรมการปกครอง-อสม. ตอบโต้ข้อกล่าวหาซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 ยันไร้พยานหลักฐาน
กรมการปกครอง-อสม. ตอบโต้ข้อกล่าวหาซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 (11.03.2026)

กรมการปกครองและอสม. ตอบโต้ข้อกล่าวหาซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 ยันไร้พยานหลักฐาน

ในบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการปกครองและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการใช้กลไกรัฐซื้อเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย

ข้อกล่าวหาที่จุดประกายการตอบโต้

นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวตอกย้ำผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงสื่อทีวีรัฐสภา ว่ามีการซื้อเสียงอย่างหนักในเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่าราคาหัวละ 1,000-2,000 บาท และเรียกร้องให้ประชาชนในภาคใต้ให้บทเรียนกับผู้กระทำผิด นอกจากนี้ เขายังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยก่อนการเลือกตั้ง เพื่อกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการในสังกัดวางตัวเป็นกลาง พร้อมชี้ว่าการซื้อเสียงลามไปถึงบ้านเกิดของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จังหวัดตรัง

การตอบโต้จากกรมการปกครอง

กรมการปกครองได้ออกเอกสารแจกแจงตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุชัดเจนว่า:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การพาดพิงถึงการใช้กลไกมหาดไทยซื้อเสียงเป็นเพียงการกล่าวหาลอยๆ ที่ไร้น้ำหนักและไม่มีพยานหลักฐานรับฟังได้
  • กรมการปกครองไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนหรือหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีนี้
  • กระทรวงมหาดไทยได้วางแนวทางการปฏิบัติและจัดอบรมชี้แจงข้าราชการและบุคลากรในสังกัดหลายครั้ง เพื่อเน้นย้ำให้วางตัวเป็นกลาง มีความสุจริตและเที่ยงธรรม

เอกสารนี้ถูกเผยแพร่หลังการเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่นายชวนให้สัมภาษณ์สื่อทีวีรัฐสภา สะท้อนถึงความมั่นใจของกรมการปกครองในการทำงานของบุคลากร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การตอบโต้จากอสม.

นอกจากกรมการปกครองแล้ว อสม. ซึ่งได้รับการอุดหนุนดูแลเพิ่มขึ้นจากรัฐบาลสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ก็ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากนายชวนเช่นกัน โดยย้ำว่า:

  • อสม. เป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขมูลฐานของไทย ทำงานด้วยจิตอาสาและเสียสละมานานกว่า 40 ปี
  • อสม. มุ่งเน้นงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เกี่ยวข้องหรือฝักใฝ่กับฝ่ายการเมืองใดๆ และไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย

เสียงสะท้อนจากผู้สมัครและแกนนำพรรค

ข้อกล่าวหาการซื้อเสียงไม่ได้จำกัดอยู่แค่นายชวน หลีกภัย เท่านั้น ผู้สมัครสส.และแกนนำจากหลายพรรค รวมถึงนายวัน มูหะหมัด นอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชาติ ก็เคยพูดยอมรับว่ามีการซื้อเสียงอย่างเข้มข้นและกระจายไปยังหลายพื้นที่ โดยนายวันได้ร้องเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีและยะลาให้วางตัวเป็นกลางก่อนการเลือกตั้งเช่นกัน

บทสรุปและความน่าสนใจ

การตอบโต้จากกรมการปกครองและอสม. ในครั้งนี้ ทำให้ดูเหมือนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป หลังมีหน่วยงานรัฐออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และโปร่งใส โดยปราศจากการใช้กลไกอำนาจรัฐเข้าไปเอื้อประโยชน์หรือช่วยซื้อเสียง อย่างไรก็ตาม การที่กรมการปกครองตอบโต้หลังการเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน และหลังจากที่นายชวนให้สัมภาษณ์สื่อ ย่อมก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความทันท่วงทีและแรงจูงใจเบื้องหลัง

ในขณะเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เปิดเผยว่ามีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 40 กรณี ซึ่งเหลือกรอบเวลาในการพิจารณา 30 วัน ก่อนการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมเป็นต้นไป สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสอบและความโปร่งใสในการเลือกตั้งยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองต่อไป