กรมการปกครองและอสม. ตอบโต้ข้อกล่าวหาซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 ยันไร้พยานหลักฐาน
ในบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการปกครองและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการใช้กลไกรัฐซื้อเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย
ข้อกล่าวหาที่จุดประกายการตอบโต้
นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวตอกย้ำผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงสื่อทีวีรัฐสภา ว่ามีการซื้อเสียงอย่างหนักในเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่าราคาหัวละ 1,000-2,000 บาท และเรียกร้องให้ประชาชนในภาคใต้ให้บทเรียนกับผู้กระทำผิด นอกจากนี้ เขายังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยก่อนการเลือกตั้ง เพื่อกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการในสังกัดวางตัวเป็นกลาง พร้อมชี้ว่าการซื้อเสียงลามไปถึงบ้านเกิดของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จังหวัดตรัง
การตอบโต้จากกรมการปกครอง
กรมการปกครองได้ออกเอกสารแจกแจงตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุชัดเจนว่า:
- การพาดพิงถึงการใช้กลไกมหาดไทยซื้อเสียงเป็นเพียงการกล่าวหาลอยๆ ที่ไร้น้ำหนักและไม่มีพยานหลักฐานรับฟังได้
- กรมการปกครองไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนหรือหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีนี้
- กระทรวงมหาดไทยได้วางแนวทางการปฏิบัติและจัดอบรมชี้แจงข้าราชการและบุคลากรในสังกัดหลายครั้ง เพื่อเน้นย้ำให้วางตัวเป็นกลาง มีความสุจริตและเที่ยงธรรม
เอกสารนี้ถูกเผยแพร่หลังการเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่นายชวนให้สัมภาษณ์สื่อทีวีรัฐสภา สะท้อนถึงความมั่นใจของกรมการปกครองในการทำงานของบุคลากร
การตอบโต้จากอสม.
นอกจากกรมการปกครองแล้ว อสม. ซึ่งได้รับการอุดหนุนดูแลเพิ่มขึ้นจากรัฐบาลสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ก็ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากนายชวนเช่นกัน โดยย้ำว่า:
- อสม. เป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขมูลฐานของไทย ทำงานด้วยจิตอาสาและเสียสละมานานกว่า 40 ปี
- อสม. มุ่งเน้นงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เกี่ยวข้องหรือฝักใฝ่กับฝ่ายการเมืองใดๆ และไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย
เสียงสะท้อนจากผู้สมัครและแกนนำพรรค
ข้อกล่าวหาการซื้อเสียงไม่ได้จำกัดอยู่แค่นายชวน หลีกภัย เท่านั้น ผู้สมัครสส.และแกนนำจากหลายพรรค รวมถึงนายวัน มูหะหมัด นอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชาติ ก็เคยพูดยอมรับว่ามีการซื้อเสียงอย่างเข้มข้นและกระจายไปยังหลายพื้นที่ โดยนายวันได้ร้องเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีและยะลาให้วางตัวเป็นกลางก่อนการเลือกตั้งเช่นกัน
บทสรุปและความน่าสนใจ
การตอบโต้จากกรมการปกครองและอสม. ในครั้งนี้ ทำให้ดูเหมือนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป หลังมีหน่วยงานรัฐออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และโปร่งใส โดยปราศจากการใช้กลไกอำนาจรัฐเข้าไปเอื้อประโยชน์หรือช่วยซื้อเสียง อย่างไรก็ตาม การที่กรมการปกครองตอบโต้หลังการเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน และหลังจากที่นายชวนให้สัมภาษณ์สื่อ ย่อมก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความทันท่วงทีและแรงจูงใจเบื้องหลัง
ในขณะเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เปิดเผยว่ามีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 40 กรณี ซึ่งเหลือกรอบเวลาในการพิจารณา 30 วัน ก่อนการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมเป็นต้นไป สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสอบและความโปร่งใสในการเลือกตั้งยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองต่อไป



