กกต. จัดหนัก! แจ้งความดำเนินคดี 6 บุคคล ฐานขัดขวางเลือกตั้ง-ยุยงปลุกปั่น
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มอบหมายให้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความกองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลจำนวน 6 ราย ฐานร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัส QR code รวมถึงบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
รายชื่อบุคคลที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี
บุคคลทั้ง 6 รายที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีประกอบด้วย:
- นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน
- นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black
- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง
- นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชนและว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ
- นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar
เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ในความผิดตามกฎหมายหลายมาตรา ซึ่งครอบคลุมการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง
ข้อกฎหมายและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินคดีในครั้งนี้อ้างอิงกฎหมายหลายฉบับที่มีบทลงโทษรุนแรง ได้แก่:
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคสอง กำหนดโทษสำหรับผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ เพื่อให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เกี่ยวกับการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 7 ปี
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ฐานเป็น "อั้งยี่" หรือสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322 เกี่ยวกับการเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารของผู้อื่นเพื่อล่วงรู้ข้อความ โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 เกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลปลอมหรือเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลเสียหาย โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การดำเนินคดีในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการรักษาความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย



