ผู้ตรวจการแผ่นดินเผยรับคำร้องเลือกตั้ง 40 เรื่อง วิเคราะห์ในกรอบ 60 วัน พร้อมกลั่นกรองส่งศาลรัฐธรรมนูญ
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคำร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งปี 2569 โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 40 เรื่อง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์และพิจารณาอย่างรอบคอบภายในกรอบเวลา 60 วัน ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวย้ำว่าการทำงานในครั้งนี้จะมุ่งเน้นเฉพาะอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานเท่านั้น พร้อมทั้งเตรียมกลั่นกรองและส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญหากพบว่าเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
การแถลงข่าวและกระบวนการวิเคราะห์คำร้อง
ในการแถลงข่าวเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน โดยระบุว่าคำร้องต่างๆ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอย่างละเอียด ส่วนการขอชี้แจงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น จำเป็นต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลภายในก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยความรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับคำร้องที่เข้ามาหลายเรื่อง อาจมีการจัดส่งรวมกันหากมีเนื้อหาและหลักฐานที่คล้ายกัน ซึ่งหากมีการส่งเรื่องแล้ว ทางสำนักงานจะแถลงข่าวให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที นายทรงศัก ยังได้เน้นย้ำว่าในขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 30 กว่าวันในการทำงาน แต่จะพยายามให้เสร็จสิ้นภายในกรอบ 60 วันตามที่กำหนดไว้
รายละเอียดของคำร้องและประเด็นสำคัญ
จากคำร้องทั้งหมด 40 เรื่อง สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ กรณีการละเมิดสิทธิเสรีภาพประมาณ 20 เรื่อง เรื่องความเดือดร้อนอีก 10 กว่าเรื่อง และอื่นๆ รวมถึงกรณี TOR ที่มีบาร์โค้ด ซึ่งทางสำนักงานได้เริ่มวิเคราะห์ข้อมูลทันทีที่รับเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่วันแรก
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ คำร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเนื่องจากข้อกล่าวหาว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับนั้น นายทรงศัก ชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยการพิจารณาให้เป็นโมฆะหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทางสำนักงานจะพิจารณาเฉพาะเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาและอยู่ในขอบเขตอำนาจของตนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการกลั่นกรองเบื้องต้นให้ศาลรัฐธรรมนูญอีกชั้นหนึ่ง
การตอบคำถามและแนวทางการทำงานในอนาคต
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการพิจารณาว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ นายทรงศัก กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นไปตามระเบียบและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งทางสำนักงานจะยึดหลักนี้ในการทำงานทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตจากบางฝ่ายว่าผู้ตรวจการแผ่นดินอาจทำงานจนครบ 60 วันแล้วจึงเปิดโอกาสให้ประชาชนไปฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่าไม่สามารถตอบแทนความคิดเห็นดังกล่าวได้ และเน้นย้ำว่าการทำงานจะดำเนินไปตามกรอบเวลาที่กำหนด
โดยสรุปแล้ว สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการวิเคราะห์คำร้องเลือกตั้งอย่างเข้มข้น เพื่อให้กระบวนการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม พร้อมทั้งเตรียมส่งเรื่องที่เข้าเงื่อนไขไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาหลักนิติธรรมและความเชื่อมั่นของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้



