สาว กปน. พะเยา ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มมาตรา 157 หลังแอบลงคะแนนเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพะเยา ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แก่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หญิงชาวจังหวัดพะเยา หลังจากเธอถูกจับกุมในคดีทุจริตการเลือกตั้ง โดยมีการเตรียมบัตรเลือกตั้งจำนวน 14 ใบ เพื่อหย่อนลงในกล่องเลือกตั้งอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ความคืบหน้าของคดีและกระบวนการสอบสวน
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ณ โรงเรียนบ้านศาลา ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ กปน. ถูกประธานหน่วยเลือกตั้งพบเห็นและจับกุมพร้อมของกลาง ซึ่งประกอบด้วยบัตรเลือกตั้งสำหรับเลือก สส. และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ อย่างละ 7 ใบ รวมทั้งหมด 14 ใบ เธอถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพะเยา ดำเนินคดีตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง มาตรา 23 ในเบื้องต้น
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ขยายการสอบสวนโดยแจ้งข้อหาเพิ่มตามมาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือเป็นการทุจริต
การส่งต่อคดีและบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผู้กำกับการสภ.เมืองพะเยา เปิดเผยว่า คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดพะเยาเป็นอย่างมาก โดยผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เร่งรัดการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรวดเร็ว
ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยาได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินการเบื้องต้น โดยได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 11 คน และปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของ กกต. จังหวัดพะเยาเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานประจำหน่วยเลือกตั้ง แม้จะเป็นชาวบ้านทั่วไป แต่เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานที่มีความผิดตามมาตรา 157 ได้
ด้วยเหตุนี้ คดีจึงถูกส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาใน 2 แนวทาง ได้แก่ การรับคดีไว้ดำเนินการเอง หรือส่งคืนให้ตำรวจดำเนินคดีต่อ ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยจาก ป.ป.ช. และ กกต. เป็นลำดับต่อไป
การสอบสวนเบื้องลึกและข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลัง
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือให้การสนับสนุนในการกระทำผิดครั้งนี้ พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ระบุว่า จากการสอบสวนปากคำ ผู้ต้องหายังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและขอให้การในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบในเบื้องลึกเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ถึงการมีส่วนร่วมของบุคคลอื่นในคดีนี้
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความโปร่งใสและความถูกต้องในกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในอนาคต



