นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ว่า มีความมั่นใจ 100% และเตรียมความพร้อมมาทุกยุทธศาสตร์แล้วทั้งหมด 12 ยุทธศาสตร์ โดยมีการประชุมระดมสมองหลายรอบ เพราะทุกแผนและทุกปฏิบัติการมีแผนรองรับทั้งหมด ที่จะสามารถทำงานได้ทันที
เบอร์อะไรก็ได้ที่ชนะ
เมื่อถามว่าคาดหวังอยากได้เบอร์อะไรเป็นพิเศษ นางมัลลิกาตอบว่า “วันนี้ตั้งใจว่าถ้าได้เบอร์ที่ประชาชนกาได้ง่ายๆ ก็ดี เบอร์ไหนก็ได้ที่เป็นเบอร์ชนะ” ส่วนคำถามว่าจะต้องเป็นเลขตัวเดียวหรือไม่ ตอบว่า “เป็นเบอร์อะไรก็ได้ที่ ดร.มัลลิกา ชนะ และจะได้เข้าไปเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ และจะได้ช่วยพี่น้องประชาชนทำงาน และไม่ต้องรอ สามารถทำงานได้ทันที”
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จุดพีคที่ตัดสินใจลงสมัคร
นางมัลลิกากล่าวถึงปัญหาที่ต้องเร่งแก้ของ กทม. ที่มองมา 4 ปีแล้วทนไม่ได้ ว่าจุดพีคที่สุดที่ทำให้ตัดสินใจคือเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่พีค ทำให้ไม่สามารถทัดเทียมเมืองอื่นได้ เพราะมีฝุ่นและมลพิษอันดับ 1 ของโลก โดยระบุว่า “จุดนี้ถ้าใครทนได้ก็คือทน แต่สำหรับตนและทีมงานทุกคนไม่” ดังนั้นการจัดการปัญหาฝุ่นมลพิษมาพร้อมแผนปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับ การบูรณาการ และตั้งเป้าว่าจะทำ MOU ร่วมกับกระทรวงเกษตร (กรมฝนหลวง) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมควบคุมมลพิษ) เพื่อให้ความร่วมมือหลายฝ่ายชัดเจนเร็วและไม่ต้องรอ
12 ยุทธศาสตร์พร้อม AI และนวัตกรรม
แผนปฏิบัติการทั้งหมด 12 ด้าน นอกจากการใช้ AI และนวัตกรรมในการครอบคลุมทุกปฏิบัติการแล้ว ยังมี AI Traffic ที่จะแก้ไขปัญหาจราจรได้ดีกว่าเดิม รวมถึง AI Radar ที่จะตรวจจับก้อนเมฆเพื่อวางแผนการระบายน้ำ นอกจากนี้ยังมีโครงการจับคู่กู้เงินที่เคยทำสำเร็จในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรี จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วย SME ของกรุงเทพฯ ให้รอดพ้นจากวิกฤตพลังงาน และยังมีแผนปฏิบัติการตรวจตราเรื่องทุนเทา บ่อนเทา และเรื่องเทาทั้งหลายที่มาอาศัยเมืองใหญ่
เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง และการขยายพื้นที่สร้างสรรค์
นางมัลลิกากล่าวถึงการทำให้เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ กลางคืนยังอยู่นอกบ้านได้ โดยจะร่วมกับสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม วางแผนรองรับตำแหน่งงานที่จะว่างในเมืองหลวงประมาณ 2-3 แสนตำแหน่ง ในช่วงวิกฤตอิหร่านและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีการขยายเมืองเพื่อเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เศรษฐกิจ สร้าง Coffee Cafe อินเทอร์เน็ตในเมือง 50 เขต เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนใช้ เพราะกรุงเทพฯ มีความร้อน 120 วันต่อปี และพีคแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมาเนื่องจากโลกร้อน โดยอุณหภูมิสูงถึง 35-38 องศาเซลเซียส
ประสบการณ์ทำงาน 3 กระทรวง พร้อมทำงานทันที
นางมัลลิกากล่าวว่า ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. จะทำโดยลำพังไม่ได้ ต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ต้องทำข้อตกลงกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ทำงานมา 3 กระทรวง การเป็นมือทำงานให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมา ทำให้กรุงเทพฯ ต้องการผู้ว่าฯ ที่ทำงานโดยปฏิบัติการได้ทันที โดยกล่าวว่า “สิ่งที่คุณจะสามารถมี ดร.มัลลิกา เป็นผู้ว่าฯ ได้นั่นก็คือ คุณจะได้เปลี่ยนเมืองใหญ่ทั่วโลก เพราะคุณจะได้พูดว่าปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอ 4 ปี ไม่ต้องไปต่อยอดอีก 8 ปี แต่คุณสามารถหายใจได้วันนี้ คุณสามารถใช้ชีวิตได้ในวันพรุ่งนี้ คุณสามารถมีอนาคตได้ทันทีและไม่ต้องรอใคร”
นางมัลลิกายังกล่าวถึงการลงพื้นที่ 50 เขตมาตั้งแต่ปี 2550 และเห็นว่าปัญหาเมืองยังไม่ลดน้อยถอยลง จึงเชื่อมั่นว่าหากมัวแต่รอ ประชาชนจะสูญเสียศักยภาพในการดำเนินชีวิต



