น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ เปิดเผยถึงการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ได้ ซึ่งตนเกิดความสงสัยว่าหากเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ทำไมถึงต้องจัดรับฟังความเห็น ทั้งที่ควรเกิดขึ้นก่อนกำหนดโครงการ และมีการจ่ายเงินงวดแรกไปแล้ว
ตั้งข้อสังเกตงานฟอกขาว
น.ส.รักชนก กล่าวว่า งานที่กำลังจัดขึ้นไม่ใช่การรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหรือประชาชน แต่เป็นเวทีฟอกขาวโครงการ โดยจะเชิญอินฟลูเอนเซอร์และบริษัทระดับโลกมาให้ความเห็นเล็กน้อย แล้วอ้างว่านำไปปรับปรุง แต่สุดท้าย TOR ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สร้างความชอบธรรมให้โครงการเดินหน้าต่อไป พร้อมตั้งคำถามถึงการล็อกสเปก TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์ที่กำหนดให้ต้องใช้จอดิจิทัลหรือจอบิลบอร์ดในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น
เปรียบเทียบกับโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงค์
น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท มี TOR ส่วนประชาสัมพันธ์ที่คล้ายกับโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงค์ของกระทรวงอุดมศึกษาในสมัยน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี โดยแทบจะคัดลอกวางเปลี่ยนแค่หน่วยจาก "จอ" เป็น "จุด" และล็อกสเปกถึง 3 ชั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความพยายามล็อกผลประโยชน์
แผนดำเนินการต่อไป
น.ส.รักชนก ระบุว่า เป้าหมายสูงสุดคือประหยัดเงิน 1,600 ล้านบาท แต่หากนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เดินหน้าต่อ ก็ต้องรับผิดชอบด้วยความน่าเชื่อถือ พร้อมชี้ว่าการล็อกสเปกเป็นขบวนการขโมยอนาคตของวงการไอที ทำให้อุตสาหกรรมไม่เติบโต
การยื่น ป.ป.ช. และประชุม กมธ.
น.ส.รักชนก กล่าวว่า เมื่อเริ่มลงทะเบียนโครงการ จะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และในสัปดาห์หน้า (18 มิ.ย. 69) จะประชุมร่วมกับ กมธ.กฎหมายฯ โดยเชิญนายไชยชนก ปลัดกระทรวง คณะยกร่าง TOR ป.ป.ช. และ สตง. เข้าร่วม หากไม่มาจะพิจารณาว่าประชุมมีประโยชน์หรือไม่ พร้อมขอเชิญรัฐมนตรีมาให้เกียรติสภาและประชาชนแสดงความจริงใจ



