เรืองไกรชี้ ป.ป.ช.ตีตกคดีศักดิ์สยามฟังขึ้นตามกฎหมาย ยกคดียิ่งลักษณ์เทียบ
เรืองไกรชี้ป.ป.ช.ตีตกคดีศักดิ์สยามฟังขึ้น ยกคดียิ่งลักษณ์เทียบ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้ความเห็นกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องเอาผิดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีถูกกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ไว้ในรายการคม ชัด ลึก ออกอากาศวันที่ 23 เมษายน 2569 ว่า จากคำชี้แจงและเอกสารของ ป.ป.ช. ที่เปิดเผยออกมา ถือว่าอธิบายได้ฟังขึ้น และมีการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังอย่างละเอียด โดยเฉพาะบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อเนื่องหลายครั้ง ซึ่งมีความสอดคล้องกัน รวมถึงกรณีการขายที่ดินหลายแปลงที่มีการแสดงข้อมูลตรงกัน

ป.ป.ช. ทำงานตามอำนาจหน้าที่

นายเรืองไกร ระบุว่า แม้ ป.ป.ช. จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย แต่การพิจารณาขององค์กรต้องอยู่บนฐานอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และเมื่อมีการแถลงอย่างเป็นทางการ ก็ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก พร้อมยกตัวอย่างคำพิพากษาของศาลในคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี ที่สะท้อนว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองสูงสุด ไม่ได้ผูกพันให้ศาลอาญาต้องวินิจฉัยตามทั้งหมด เนื่องจากเป็นคนละประเด็นกัน

คดีอาญาต้องปราศจากข้อสงสัย

นายเรืองไกร กล่าวว่า คำวินิจฉัยเรื่องสถานะความเป็นรัฐมนตรีกับความผิดทางอาญา เป็นคนละเรื่องกัน ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีความผิดทางอาญาโดยอัตโนมัติ โดยอธิบายว่า คดีอาญามีมาตรฐานการพิสูจน์ที่เข้มข้นกว่า ต้องปราศจากข้อสงสัยโดยสิ้นเชิง หากยังมีข้อสงสัย ก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ผู้ถูกกล่าวหา แตกต่างจากคดีด้านคุณสมบัติหรือจริยธรรม ซึ่งใช้เกณฑ์พิจารณาอีกแบบหนึ่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กรณีศักดิ์สยามกับการพิสูจน์เจตนา

นายเรืองไกร ยังชี้ว่า กรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ป.ป.ช. พิจารณาในประเด็นการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งต้องพิสูจน์เจตนาให้ได้ชัดเจน หากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถส่งฟ้องคดีอาญาได้ เพราะอาจถูกอัยการตีกลับ หรือศาลยกฟ้องในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านจริยธรรมยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง และอาจมีผลแตกต่างจากคดีอาญาได้

ข้อเสนอแนะต่อสังคม

ท้ายที่สุด นายเรืองไกร เน้นย้ำว่า หากสังคมไม่เห็นด้วยกับมติของ ป.ป.ช. สามารถใช้ช่องทางตามกฎหมายในการตรวจสอบหรือร้องเรียนได้ แต่ไม่ควรตัดสินโดยใช้อารมณ์ พร้อมเตือนว่า หากจะรื้อคดีลักษณะนี้ ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับคดีอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรม