‘One Battle After Another’ คว้าชัยชนะใหญ่ 6 รางวัลออสการ์ รวมภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 98 ภาพยนตร์แอคชัน-ทริลเลอร์-ตลกร้าย ‘One Battle After Another’ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยการคว้ารางวัลไปถึง 6 สาขา ซึ่งรวมถึงรางวัลใหญ่ที่สุดอย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ ผู้กำกับยอดเยี่ยม โดยสามารถเอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง ‘Sinners’ ที่ได้รับ 4 รางวัล
พอล โทมัส แอนเดอร์สัน คว้า 3 รางวัลในคืนเดียว
พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ผู้กำกับชั้นครูของวงการหนังร่วมสมัย คว้าออสการ์ไปครองได้ถึง 3 รางวัลในคืนเดียว ได้แก่ ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นับเป็นออสการ์ตัวแรกในชีวิตของเขา หลังจากเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงมาแล้วถึง 11 ครั้งจากผลงานระดับตำนานอย่าง There Will Be Blood และ Boogie Nights
แอนเดอร์สันกล่าวติดตลกบนเวทีว่า “พวกคุณทำให้ผมต้องทำงานหนักจริงๆ กว่าจะได้เจ้านี่มาคครอง” ก่อนจะกล่าวอย่างซึ้งกินใจถึงลูกๆ ของเขาว่า “ผมเขียนบทหนังเรื่องนี้เพื่อขอโทษลูกๆ สำหรับโลกที่วุ่นวายที่เรากำลังจะส่งต่อให้พวกเขา แต่ผมก็หวังว่าเจเนอเรชันของพวกเขาจะนำพาสามัญสำนึกและความดีงามกลับมาสู่พวกเราอีกครั้ง”
รางวัลอื่นๆ จาก ‘One Battle After Another’ และ ‘Sinners’
นอกจากรางวัลใหญ่แล้ว ‘One Battle After Another’ ยังส่งให้ ฌอน เพนน์ คว้ารางวัลผู้เล่นสมทบชายยอดเยี่ยม และชนะในสาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม รวมถึงรางวัลสาขาการคัดเลือกนักแสดง ที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกด้วย
ด้าน ‘Sinners’ ผลงานของ ไรอัน คูเกลอร์ ที่เข้าชิงสูงสุดถึง 16 สาขา จบลงด้วยการคว้าไป 4 รางวัล ได้แก่ บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม และรางวัลประวัติศาสตร์ในสาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม โดย ออทัมน์ ดูรัลด์ อาร์คพาว ซึ่งถือเป็น “ผู้หญิงคนแรก” ที่ชนะในสาขานี้
รางวัลนักแสดงนำและสาขาอื่นๆ
ไมเคิล บี. จอร์แดน คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทบาทฝาแฝดนักเลงในยุคแบ่งแยกสีผิว โดยเขากล่าวขอบคุณคูเกลอร์บนเวทีว่า “คุณเป็นคนที่น่าทึ่งมาก ผมเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับคุณ”
ด้านสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของ เจสซี บัคลีย์ ที่คว้าไปจากบทภรรยาของเชกสเปียร์ใน ‘Hamnet’ ส่วนรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ เอมี่ เมดิแกน จากภาพยนตร์ ‘Weapons’
รางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมตกเป็นของ ‘KPop Demon Hunters’ พร้อมด้วยรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยมจากเพลง ‘Golden’ และภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมได้แก่ ‘Sentimental Value’ จากนอร์เวย์
ไฮไลท์และช่วงรำลึกในงาน
โคแนน โอไบรอัน รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการด้วยอารมณ์ขันเสียดสี โดยมีการหยอกล้อประเด็นการเมือง รวมถึงการจิกกัดกรณีคอนเสิร์ต Super Bowl ของ Bad Bunny ที่เคยเป็นประเด็นร้อน
ช่วงที่สะเทือนใจที่สุดของงานคือ In Memoriam ที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับผู้ล่วงลับที่เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคม และตำนานอย่าง โรเบิร์ต เรดฟอร์ด โดยมี บาร์บรา สไตรแซนด์ ในวัย 83 ปี ขึ้นเวทีร่วมรำลึกถึงเรดฟอร์ด เพื่อนนักแสดงจาก The Way We Were ว่าเขาคือ “คาวบอยผู้ทรงภูมิปัญญา” และเธอจะคิดถึงเขาตลอดไป



